#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/691159

ฟรุ้ทบอร์ดไฟเขียวแผนงาน บริหารจัดการผลไม้ส่งขายตลาด
วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ทบอร์ด) โดยที่ประชุมเห็นชอบ “โครงการพัฒนาลำไยอย่างยั่งยืน” เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตลำไยในฤดูและนอกฤดู เป็นสัดส่วนร้อยละ 60 : 40 ภายในปี 2567 ตามความต้องการของตลาด สอดคล้องกับแผนพัฒนาผลไม้ไทย ปี 2565 – 2570 และรายงานการศึกษาวิเคราะห์เสถียรภาพกลุ่มสินค้าลำไย โดยบูรณาการการทำงานเชิงรุกกับทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ประสานกระทรวงพาณิชย์ จัดหาตลาดล่วงหน้า เพื่อรองรับผลผลิตนอกฤดู ตามเป้าหมายของโครงการและมอบธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เสนอหลักการและคุณสมบัติเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการ และอัตราดอกเบี้ยในการเข้าร่วมโครงการ
ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการบริหารจัดการผลไม้ ประจำฤดูกาลผลิตที่ 2/2565 (กรกฎาคม–ตุลาคม) โดยสถานการณ์ลำไย ภาคเหนือ สามารถดำเนินการได้ตามแผนบริหารจัดการ มีผลผลิตรวมทั้งสิ้น 742,563 ตัน แบ่งเป็นกระจายผลผลิตภายในประเทศ 138,677 ตัน หรือร้อยละ 18.68 ผ่านวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตรModern Trade ตลาดออนไลน์ และตลาดผลไม้ภายในจังหวัด เป็นต้น
สถานการณ์ทุเรียน ภาคใต้ มีปริมาณผลผลิตรวม 328,818 ตัน แบ่งเป็น กระจายภายในประเทศ 116,868 ตัน หรือร้อยละ 35.54 การแปรรูป ทั้งแช่แข็ง อบแห้ง ฟรีซดราย กวน และอื่นๆ 18,191 ตัน หรือร้อยละ 5.53 และส่งออก 193,760 ตัน หรือร้อยละ 58.93 สถานการณ์มังคุด ภาคใต้ มีปริมาณผลผลิตรวม 19,536 ตัน แบ่งเป็น กระจายภายในประเทศ 15,416 ตัน หรือร้อยละ 78.91 การแปรรูป ทั้งอบแห้ง ฟรีซดราย กวน และอื่นๆ เช่น ไอศกรีม และน้ำมังคุด 78 ตันหรือร้อยละ 0.40 และการส่งออก (ผลสด)4,042 ตัน หรือร้อยละ 20.69 สถานการณ์เงาะ ภาคใต้ มีปริมาณผลผลิตรวม 25,956 ตัน และสถานการณ์ลองกอง ภาคใต้ มีปริมาณผลผลิตรวม 2,007 ตัน ซึ่งมีบริหารจัดการโดยการกระจายภายในประเทศทั้งหมด ผ่านล้งภายในประเทศ วิสาหกิจชุมชน Modern Trade ตลาดออนไลน์ และจำหน่ายถึงผู้บริโภคโดยตรง เป็นต้น
สำหรับความก้าวหน้าโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2564/2565 ฝ่ายเลขานุการ ได้เสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเสนอแนวทางให้มีขนาดพื้นที่ปลูกรายละไม่เกิน 25 ไร่ ในอัตรา 2,000 บาทต่อไร่ กรอบวงเงิน 3,821.54 ล้านบาทรอบรรจุเข้าวาระการประชุม ครม.เพื่อพิจารณา
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบแนวทางการเปลี่ยนรหัสรับรอง GAP รูปแบบใหม่สำหรับผลไม้ส่งออกซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ทั้งนี้ ฉลากติดภาชนะบรรจุผลไม้ 13 ชนิดส่งออกไปจีน จะต้องระบุรหัสรับรอง GAP รูปแบบใหม่ โดยผลไม้ 13 ชนิดส่งออกไปจีน ได้แก่ ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ มังคุด มะม่วง ชมพู่ขนุน กล้วย สับปะรด มะพร้าว มะขาม เงาะ และส้มโอ