ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิมของยูเครน หลังรัสเซียทำลายระบบไฟฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2564530

ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิมของยูเครน หลังรัสเซียทำลายระบบไฟฟ้า

29 พ.ย. 2565 10:00 น.

ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิมของยูเครน หลังรัสเซียทำลายระบบไฟฟ้า

  • รัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและพลังงานของยูเครนได้รับความเสียหายกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนเป็นความตั้งใจของกองทัพรัสเซียที่จะสร้างความเสียหายต่อภาคพลังงานของยูเครนในขณะที่ฤดูหนาวมาเยือนแล้ว
  • นางโอเลนา เซเลนสกา สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของยูเครน คาดว่าชาวยูเครนอาจต้องเผชิญกับฤดูหนาวที่พวกเขาจะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี 
  • รัฐสภาของสหภาพยุโรปเห็นชอบญัตติที่ระบุว่า การเจตนาโจมตีและความโหดร้ายที่รัสเซียได้กระทำต่อประชาชนของยูเครน รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากลอย่างร้ายแรง ถือเป็นการก่อการร้าย ดังนั้นจึงถือว่า รัสเซียเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย

นางโอเลนา เซเลนสกา สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของยูเครน กล่าวว่า ชาวยูเครนเตรียมเผชิญกับฤดูหนาวที่พวกเขาจะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี จากการที่ถูกรัสเซียโจมตีทางอากาศ

การโจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธและโดรนของรัสเซีย ทำให้ประชาชนหลายล้านคนทั่วยูเครนไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา และไม่สามารถใช้ระบบทำความร้อนในช่วงฤดูหนาวได้

รัสเซียสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าของยูเครนมากแค่ไหน


หลังจากเผชิญกับความล้มเหลวในสมรภูมิรบหลายครั้ง กองทัพรัสเซียได้มุ่งเน้นการโจมตีไปที่โรงไฟฟ้า คลังเชื้อเพลิง และระบบประปาของยูเครน

ยูเครเนอร์โก (Ukrenergo) บริษัทด้านพลังงานแห่งชาติของยูเครน ระบุว่า ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้ามีมากถึงขนาดที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าของประชาชนได้ถึงครึ่งหนึ่ง

นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า ประชาชนราว 6 ล้านคนใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้ โรงไฟฟ้าทั่วประเทศตั้งแต่กรุงเคียฟไปจนถึงเมืองโอเดสซาทางภาคใต้ และเมืองวีนนิตเซียทางตะวันตก ล้วนแต่ถูกโจมตี

กระแสไฟฟ้าขัดข้องทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถใช้ระบบทำความร้อน ขณะที่อุณหภูมิลดต่ำลงกว่า 0 องศาเซลเซียสแล้วในหลายพื้นที่ของยูเครน ด้าน “ยาสโน” (Yasno) บริษัทผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ระบุว่า ชาวยูเครนน่าจะต้องเผชิญกับการถูกตัดไฟไปจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า

สหภาพยุโรปได้มอบเงินช่วยเหลือในการซื้ออุปกรณ์อย่างเครื่องปั่นไฟและสายไฟเพื่อที่จะได้มีปริมาณไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ผ่านกองทุนช่วยเหลือด้านพลังงานของยูเครน

ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิมของยูเครน หลังรัสเซียทำลายระบบไฟฟ้า

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง


โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 แห่งขาดการเชื่อมต่อกับระบบสายส่ง 2 วัน เพราะการโจมตีทางอากาศ

ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติต่างกังวลว่า การระดมโจมตีโดยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย อาจจะทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย ถือเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นในช่วงปี 1984-1985 ทางตอนใต้ของยูเครน ประกอบด้วยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 6 เตา มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 5,700 เมกะวัตต์ ในช่วงก่อนการเกิดสงคราม สามารถแจกจ่ายไฟฟ้าคิดเป็นร้อยละ 20 ของทั้งประเทศ

ลูกปืนใหญ่หลายลูกตกใกล้กับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลายแห่ง และตกใส่อาคารเก็บกากกัมมันตรังสีที่โรงไฟฟ้า แต่ยังไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรง โดยทั้งยูเครนและรัสเซียต่างกล่าวโทษกันเกี่ยวกับการโจมตีนี้

ทำไมรัสเซียจึงตั้งเป้าโจมตีระบบพลังงาน

มารีนา มีรอน นักวิจัยด้านกลาโหม ที่คิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าวว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมีเป้าหมายในการทำลายขวัญกำลังใจของประชาชนในยูเครน เธอกล่าวว่า “รัสเซียคิดว่า ถ้าคนกำลังหนาวเหน็บและสิ้นหวัง พวกเขาอาจจะต่อต้านรัฐบาลของตัวเอง”

อย่างไรก็ตาม นางโอเลนา เซเลนสกา กล่าวว่า ชาวยูเครนได้เตรียมพร้อมในการรับมือกับปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าใช้แล้ว ถ้ามันจะช่วยนำประเทศไปสู่ความเป็นอิสระ และนำไปสู่โอกาสในการเข้าร่วมสหภาพยุโรป

รัฐบาลยูเครนกำลังขอร้องให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่บางแห่ง ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่นโรงไฟฟ้าได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง แทนที่จะต้องทนใช้ชีวิตในช่วงฤดูหนาวที่นั่น

นอกจากนี้รัฐบาลยังแนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคเคอร์ซอนและมิโคลายีฟ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ย้ายไปอยู่ในพื้นที่ทางตอนกลางและทางตะวันตกของประเทศ

ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิมของยูเครน หลังรัสเซียทำลายระบบไฟฟ้า

การโจมตีของรัสเซียสร้างความเสียหายต่อบริการสาธารณสุขอย่างไร?


องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า มีสถิติการโจมตีหรือการข่มขู่ว่าจะโจมตีสถานพยาบาลในยูเครนรวม 703 ครั้ง นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนครั้งแรกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ดร.ฮานส์ คลูเกอ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรปของ WHO กล่าว โรงพยาบาลและสถานพยาบาลหลายร้อยแห่งไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง, น้ำ และไฟฟ้า ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการพื้นฐาน” เขากล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้ประชาชนหลายล้านคนเผชิญกับความเสี่ยง

WHO ได้เรียกร้องให้มีการเปิด “เส้นทางสุขภาพ” เพื่อใช้ส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่รัสเซียยึดครองอยู่ เช่นเขตดอนบาส และหลายพื้นที่ที่กองทัพยูเครนสามารถยึดกลับคืนมาได้อย่างภูมิภาคเคอร์ซอน

การโจมตีโรงไฟฟ้าและสถานพยาบาลเป็นอาชญากรรมสงครามหรือไม่


ภายใต้อนุสัญญาเจนีวา การโจมตีพลเรือนหรือโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการมีชีวิตอยู่ของพลเรือน อาจถูกตีความได้ว่า เป็นอาชญากรรมสงคราม

ดร.คลูเกอ เรียกการโจมตีสถานพยาบาลต่างๆ ว่า เป็น “การละเมิดกฎหมายด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และกฎของการทำสงคราม”

นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เคยกล่าวว่า การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของรัสเซียต่อโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในยูเครนเป็น “การกระทำของการก่อการร้ายอย่างแท้จริง”

เธอกล่าวว่า การพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนคืออาชญากรรมสงคราม.

Leave a comment