ภาพสะท้อน ‘พลังคนพชอ.’ รับมือไวรัสโควิด-19 ผ่านพลังสามัคคี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/695336

ภาพสะท้อน ‘พลังคนพชอ.’ รับมือไวรัสโควิด-19 ผ่านพลังสามัคคี

ภาพสะท้อน ‘พลังคนพชอ.’ รับมือไวรัสโควิด-19 ผ่านพลังสามัคคี

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ ศาลาพักศพ ของวัดบ้านหมัน และวัดห้วยทราย ต.หนองมะนาว ถูกเปลี่ยนเป็นศูนย์พักคอย เป็นพื้นที่ดูแลกายใจให้กับกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ทางด้าน ศาลาวัด ของวัดตะคร้อ ต.เมืองคง ถูกปรับเป็นโรงพยาบาลสนามขนาด 60 เตียง สำหรับผู้ป่วย รวมไปถึงวัดอีกหลายแห่งก็ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือกับโรคระบาดในครั้งนี้

“อาคารธารน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19” ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นอาคารที่เกิดจาก “ความห่วงใย” และ “ความร่วมมือร่วมใจ” ของคนทั้งอำเภอ โดยมีวัดเอื้อเฟื้อสถานที่ มีประชาชนช่วยกันระดมทุนมีภาคเอกชนเข้ามาเสริมเติมส่วนที่ขาด และหน่วยงานรัฐทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มกำลังคอยประสานเพื่อความสะดวกในการดำเนินงาน

สิ่งเหล่านี้เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึง พลังความสามัคคี ของทุกฝ่ายที่พร้อมช่วยแก้ปัญหา ผสานกำลังกาย ระดมกำลังทรัพย์ และรวบรวมกำลังสมอง ผ่านกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ทำให้ อ.คง สามารถรับมือกับไวรัสร้ายได้อย่างประสบผลสำเร็จ

“ความสามัคคี” ของ “คนเมืองคง” ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หากแต่เกิดจากการปลูกฝังกันมาตั้งแต่แรกลืมตา จนถึงวันลาลมหายใจสุดท้ายของชีวิต โดยมีท่าน “พระครูคงคนครพิทักษ์ (หลวงปู่คง)” อดีตเจ้าคณะอำเภอเป็นศูนย์รวมหัวใจของทุกคน แม้ท่านมรณภาพไปแล้ว แต่ท่านยังคงเป็นศูนย์รวมความศรัทธา และเป็นที่มาของ “พชอ. คงคนคร”

เริ่มสร้างความ “มั่นคง” ส่งเสริมการดูแลกลุ่มแม่และเด็กตั้งแต่ในครรภ์จนถึงช่วง 2 ปีแรก เป็นเรื่องมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต โดยเสริมสุขภาพร่างกายกองทุน พชอ. มีนมให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคน และมีเครือข่ายพระสงฆ์จับคู่คอยดูแลหญิงตั้งครรภ์ โดยเด็กที่เกิดมาจะมี พระสงฆ์คอยรับเป็นบุตรบุญธรรม เพื่อให้ได้ซึมซับความอ่อนโยนและความเมตตาตั้งแต่แรกเกิด

เสริมสร้างความ “คงทน” ทั้งทางใจ ทางกายและทางเศรษฐกิจ โดย ทางใจ ปลูกฝังเด็กและเยาวชนในโรงเรียน มีหลักสูตรธรรมะ มีพระเป็นครูสอนคุณธรรม จริยธรรม และเป็นผู้นำปฏิบัติธรรม ทางนายอำเภอก็นำข้าราชการและชาวบ้านสวดมนต์ฝึกสมาธิทุกวันจันทร์ พร้อมดำเนินโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ควบคู่กันไป ขณะที่ ทางกาย อาหารที่กินเข้าไปต้องมีประโยชน์ โดยมีเกษตรอำเภอมาส่งเสริมเรื่องเกษตรปลอดสารเคมี กินเองก็ดีต่อร่างกาย ส่วนที่เหลือก็มีพื้นที่ให้ไปจำหน่าย ทั้งที่ว่าการอำเภอ และโรงพยาบาล คนซื้อไปกินปลอดภัย คนปลูกก็มีรายได้เสริมดีต่อใจ

กินอย่างเดียว “คง” ไม่พอ ต้องเสริมด้วยการออกกำลังกาย มีการรวมกลุ่มเป็นชมรม มีการจัดวิ่งระดมทุนเป็นประจำทุกปี ปลุกกระแสออกกำลังกาย และนำทุนที่ได้ไปดูแลพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทุกข์ยาก กลุ่มเปราะบาง จัดหาเครื่องใช้ที่จำเป็น ซ่อมแซมบ้าน รวมทั้งเป็นต้นทุนในการประกอบอาชีพให้กับกลุ่มคนที่ต้องการมีอาชีพ

ทางเศรษฐกิจ คนเมืองคง ทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ มีรายได้ไม่แน่นอน ทุกคนจึงหันหน้าเข้าหากัน ช่วยกันคิดชวนกันทำมีปศุสัตว์อำเภอเป็นพี่เลี้ยง ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเลี้ยงโคกระบือ “คนรวมตัวควายรวมคอก” จัดเวรผลัดเปลี่ยนดูแล ทำให้เหลือเวลาไปหางานเสริมรายได้เช่น ปลูกหญ้าเนเปียร์อาหารสัตว์ รวมเป็นแปลงเพื่อนำไปขาย หรือทำปุ๋ยหมักขาย นำเงินที่ได้เข้ากองทุน

ทางด้านสิ่งแวดล้อมก็พยายาม “คงไว้”ให้สมบูรณ์มากที่สุด เช่น การรณรงค์เรื่องฝุ่น PM2.5มีข้อบังคับห้ามเผาในที่แจ้ง ต้องคอยตรวจสภาพรถยนต์ ทางวัดยกเลิกการจุดธูปเทียน ปัญหาขยะที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม ก็จัดการตั้งแต่ต้นทางภายในใจคน มีการคัดแยก นำไปรีไซเคิล และนำไปขายจนสามารถจัดตั้งกองทุนธนาคารขยะ นำเงินไปช่วยงานฌาปนกิจศพคนในชุมชน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อ.คง “คงเส้นคงวา”ในการดูแลคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ และไม่เคยคิดที่จะหยุดพัฒนาหาสิ่งใหม่เข้ามาเสริมให้ทันกับสถานการณ์ ความสามัคคีที่ผูกติดอยู่ในวิถีชีวิตและถ่ายทอดจนเป็นวัฒนธรรมของคนที่นี่ จะเป็นต้นทุนสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์ในอนาคตได้เป็นอย่างดี

Leave a comment