วิศวะจุฬาฯ จับมือ กลุ่มบี ปิโตรไทย ต่อยอดบริหารจัดการทางวิศวกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695353

วิศวะจุฬาฯ จับมือ กลุ่มบี ปิโตรไทย  ต่อยอดบริหารจัดการทางวิศวกรรม

วิศวะจุฬาฯ จับมือ กลุ่มบี ปิโตรไทย ต่อยอดบริหารจัดการทางวิศวกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย (บริษัท ปิโตรไทย จำกัด) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ การถ่ายทอดองค์ความรู้ ต่อยอดการบริหารจัดการทางวิศวกรรม (Engineering Management) ของระบบบริหารอุปกรณ์ เครื่องมือ การบำรุงรักษา การบริหารการปิดซ่อมสายการผลิต อะไหล่คงคลังด้านวิศวกรรมในระบบการผลิต (ManufacturingSystems) ที่คำนึงถึงความต้องการและวงจรชีวิตอุปกรณ์ (Equipment Life cycle)ทางด้านวิศวกรรม ที่สามารถนำไปสู่ การจัดการอะไหล่คงคลังเป็นศูนย์ (ZeroInventory) เพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงให้แก่ องค์กร ลูกค้า และคู่ค้าพันธมิตร

ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจในโลกยุคปัจจุบันนั้น เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และถูก Disrupt อย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการทางวิศวกรรม รวมถึงการบริหารสินค้าคงคลังด้านวิศวกรรมในระบบการผลิต จึงเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ บริหารจัดการต้นทุนการดำเนินการได้อย่างเหมาะสมการที่เราได้จับมือกับผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานจริง จะช่วยให้นิสิตเรียนรู้หลักการ และเอาไปปรับใช้ในอนาคต เพื่อให้ประสบความสำเร็จได้

นายกิจจา จำนงค์อาษา ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย กล่าวว่ากลุ่มบริษัทบี ปิโตรไทย สร้างและสะสมองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมนี้มากว่า 40 ปี เราผ่านการปรับตัว และพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการ จนตกผลึก เราเชื่อว่าการถ่ายทอดองค์ความรู้ครั้งนี้จะเป็นการร่วมมือและช่วยกันส่งเสริมให้เกิดEcosystem ที่มีทรัพยากรบุคคลที่มีความพร้อมในการผลักดันให้องค์กรต่างๆ สามารถปรับตัวเป็น Innovative Driven Enterprise ที่อยู่ในยุค Digital Disruption ได้

นายอาริยทัศน์ ศุทธชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย กล่าวว่า นโยบายของกลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย คือการสร้างความสำเร็จร่วมกันของทุกภาคส่วน ซึ่งจะนำพาสู่การพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน การส่งต่อองค์ความรู้สู่ภาคการศึกษา เพื่อให้ร่วมกันพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น และมิได้เป็นการมอบความรู้ให้ภาคการศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว ในทางกลับกันกลับเป็นการกระตุ้นต่อยอดการพัฒนาองค์ความรู้ของบริษัทให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีก นับเป็นประโยชน์ที่เกิดร่วมกันของภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย

Leave a comment