‘ธนวัช’จี้กยท.ปรับเกณฑ์ปลูกพืชทดแทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696174

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนวัช ภูเก้าล้วน คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และว่าที่ผู้สมัคร สส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ราคายางพาราในปี 2566 ว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ขณะที่การผลิตของประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซียยังกลับมาไม่เต็มที่ ประกอบกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นกลุ่มยานยนต์ หรือถุงมือยาง ยังมีทิศทางสดใส แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะละเลยภารกิจการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกพืชทดแทน ตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย 2558 ด้วยการปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี หรือไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ รวมถึงการควบคุมปริมาณการผลิต ลดพื้นที่การปลูกยางสร้างสมดุลและปริมาณยางพาราในประเทศเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ด้วยการส่งเสริมให้ชาวสวนยางที่ปลูกยางแต่ได้รับผลผลิตน้อย ติดต่อรับสิทธิ์ขอทุนในการปลูกแทนได้ อัตราไร่ละไม่เกิน 16,000 บาทต่อไร่ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือกฎเกณฑ์ที่มียังไม่จูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ

“ปัญหาคือตามระเบียบการปลูกแทน หากเกษตรกรปลูกแทนก่อนการอนุมัติทุน เมื่อถึงลำดับที่ได้รับทุน จะถูกตัดเงินปลูกแทนตามอายุพืชที่ปลูกนับถึงวันที่ได้รับทุน จึงจะทำให้ได้รับเงินทุนไม่เต็มในอัตรา 16,000 บาทต่อไร่เกษตรกรส่วนใหญ่จึงไม่กล้าปลูกพืชหลักที่ขอทุนปลูกแทน ทำให้เสียโอกาสในการปลูกใหม่ไปประมาณ 2 ปีทีมงาน สส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เร่งผลักดันให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ปรับปรุงระเบียบดังกล่าว เพื่อให้เกษตรกรที่มีความพร้อมสามารถโค่นยางพารา และปลูกพืชอื่นแทนใหม่ โดยได้รับเงินทุนปลูกแทนเมื่อถึงลำดับได้รับอนุมัติเงินปลูกแทนเต็มจำนวน 16,000 บาทต่อไร่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวสวนยางพารา และจะช่วยให้นโยบายลดพื้นที่การปลูกยาง สร้างสมดุลและปริมาณยางพาราในประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางบรรลุตามเป้าหมายด้วย” นายธนวัช กล่าว

Leave a comment