5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ‘โรคพาร์กินสัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696305

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โรคพาร์กินสันเป็นโรคเรื้อรังทางระบบประสาทซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยแล้วยังส่งผลต่ออาการในระบบอื่นๆ รวมถึงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย จากข้อมูลการศึกษาภาระทางสุขภาพที่เกิดจากโรคทางระบบประสาททั่วโลก (Global burden of disease) ในปี พ.ศ. 2559 พบจำนวนผู้ป่วยพาร์กินสันเพิ่มสูงขึ้นเป็นทวีคูณภายในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังพบว่าโรคพาร์กินสันเป็นโรคที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วย สาเหตุให้ที่ทำเกิดภาวะทุพพลภาพ และอัตราการเพิ่มขึ้นของสาเหตุเสียชีวิตที่มากที่สุดในกลุ่มโรคทางระบบประสาท อย่างไรก็ตามความรู้ ความเข้าใจ และการเข้าถึงการรักษายังคงไม่เพียงพอ ในบทความนี้จึงขอกล่าวถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกับโรคพาร์กินสัน เพื่อส่งเสริมให้เกิดความตระหนัก ความเข้าใจในตัวโรค และแนวทางในการรักษาที่ถูกต้อง

Q: โรคพาร์กินสันเป็นโรคหายาก พบได้น้อยในสังคม

A: ไม่ถูกต้อง โรคพาร์กินสันเป็นโรคความเสื่อมทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากโรคสมองเสื่อม แต่เป็นโรคที่มีอัตราการเพิ่มของจำนวนผู้ป่วยสูงที่สุดในปัจจุบัน อาการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติและอาการสั่นมักส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่มั่นใจและเก็บตัวอยู่แต่ภายในบ้านทำให้เราพบผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้น้อย ปัจจุบันมีผู้ป่วยพาร์กินสันมากกว่า 6 ล้านคนทั่วโลกและประมาณได้ว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณภายใน 20 ปี อัตราการเพิ่มที่สูงขึ้นนี้เป็นผลมาจากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น การเข้าถึงการวินิจฉัยโรคที่เพิ่มขึ้นและอาจเป็นผลจากปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเกิดโรค เช่น การสัมผัสสารเคมี ยาฆ่าแมลง โรคติดเชื้อ และมลพิษทางอากาศ เป็นต้น

Q: โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่เกิดในผู้สูงอายุเท่านั้น

A: ไม่ถูกต้อง แม้ว่าโรคพาร์กินสันจะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุและมีความชุกเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ แต่จากข้อมูลในปัจจุบันพบผู้ป่วยอายุน้อยเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี พบได้ประมาณร้อยละ 25 ของผู้ป่วยทั้งหมด และอาจพบผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปีได้ประมาณร้อยละ 10 ซึ่งผู้ป่วยในกลุ่มนี้อาจมีประวัติโรคพาร์กินสันในครอบครัว อย่างไรก็ตาม โรคพาร์กินสันสามารถเกิดขึ้นได้เองและโดยทั่วไปไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

Q: โรคพาร์กินสัน = อาการมือสั่น

A: ไม่ถูกต้อง แม้ว่าอาการมือสั่นจะเป็นอาการที่มักนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ แต่พบว่าร้อยละ 20 ของผู้ป่วยอาจไม่มีอาการสั่นได้ในทางกลับกันผู้ที่มีอาการมือสั่นไม่จำเป็นต้องเป็นโรคพาร์กินสันเสมอไป อาการทางการเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่พบในผู้ป่วย ได้แก่ อาการเคลื่อนไหวช้าซึ่งเป็นอาการที่พบในผู้ป่วยทุกราย อาการกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง อาการเดินและการทรงตัวลำบากซึ่งมักพบตามมาในภายหลัง นอกจากอาการในข้างต้นยังมีอาการอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับโรคพาร์กินสัน เช่น อาการท้องผูก ปัสสาวะลำบาก ซึมเศร้า วิตกกังวล นอนละเมอ หลงลืม ประสาทหลอน รับกลิ่นได้น้อยลง ซึ่งบางอาการอาจนำมาก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับการวินิจฉัยโรค และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

Q: อาการสั่น เคลื่อนไหวช้าเป็นเรื่องปกติในผู้สูงอายุ

A: ไม่ถูกต้อง อาการสั่นและเคลื่อนไหวช้าในผู้สูงอายุเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งควรได้รับการวินิจฉัยและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่สามารถรักษาโรคพาร์กินสันให้หายขาดได้ แต่การรักษาอาการของผู้ป่วยทั้งอาการทางการเคลื่อนไหว และอาการในระบบอื่นๆ ตั้งแต่ในระยะแรกจะช่วยบรรเทาอาการ ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตและการเข้าสังคมที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังควรส่งเสริมให้ผู้ป่วยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเนื่องจากมีส่วนช่วยชะลอการดำเนินโรคได้

Q: โรคพาร์กินสันมีอาการ และการรักษาที่เหมือนกันทุกราย

A: ไม่ถูกต้อง แม้ว่าจะได้รับการวินิจฉัยโรคพาร์กินสันเช่นเดียวกัน แต่ผู้ป่วยแต่ละรายมักจะมีอาการนำ อาการร่วม การตอบสนองต่อการรักษา และการดำเนินโรคที่แตกต่างกันด้วยเหตุนี้การรักษาผู้ป่วยในแต่ละรายจึงมีความแตกต่างกัน พิจารณาถึงอาการ ความต้องการ และความสามารถในการเข้าถึงทางการรักษาของผู้ป่วย โดยที่มีพื้นฐานแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมเช่นเดียวกัน

โดยสรุป โรคพาร์กินสันเป็นโรคเรื้อรังทางระบบประสาทซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยแล้ว ยังส่งผลให้เกิดอาการในระบบอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการเคลื่อนไหว การตระหนักและเข้าใจถึงอาการของโรคพาร์กินสันจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและเริ่มการรักษาตั้งแต่ในระยะแรกซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ประวีณ โล่ห์เลขา

หน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

Leave a comment