#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/697649

การวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องชนิดพกพาที่บ้าน ทำอย่างไรให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้
วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ในปัจจุบันมีประชากรที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง (hypertension) มากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรัง และเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเกิดโรคหัวใจ โรคไตวาย และโรคหลอดเลือดต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งการเสียชีวิต ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ มักตรวจพบจากการตรวจเช็คสุขภาพ หรือตรวจพบโดยบังเอิญเมื่อเข้ารับการรักษาโรคอื่น ในปัจจุบันหลายครอบครัวได้มีการจัดหาเครื่องวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องชนิดพกพามาใช้ในบ้าน เพื่อใช้ติดตามความดันโลหิตของสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้นเราควรจะมีความรู้เบื้องต้นในการวัดและแปลผลความดันโลหิต เพื่อประโยชน์ในการดูแลตนเอง และลดความกังวลที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ก่อนอื่นเราควรมาทำความรู้จักค่าความดันโลหิตกันก่อน โดยค่าความดันโลหิต ประกอบด้วยตัวเลข 2 ค่ามีหน่วยเป็น มิลลิเมตรปรอท ยกตัวอย่างเช่น ค่าความดันโลหิต 120/80 มิลลิเมตรปรอท หมายความว่า
– ตัวเลข 120 คือค่าความดันโลหิตตัวบน หรือค่าความดันโลหิตในช่วงหัวใจบีบตัว หรือค่าความดันโลหิตในช่วงซีสโตลี (systolic blood pressure)
– ตัวเลข 80 คือค่าความดันโลหิตตัวล่าง หรือค่าความดันโลหิตในช่วงหัวใจคลายตัว หรือค่าความดันโลหิตในช่วงไดแอสโตลี (diastolic blood pressure)
โดยระดับความดันโลหิตจากการวัดด้วยเครื่องชนิดพกพาที่บ้าน ที่มีค่าตั้งแต่ 135/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป จะถือว่าสูงผิดปกติ ทั้งนี้ควรให้ความสำคัญกับการวัดความดันโลหิตที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการแปลผล โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1.เลือกใช้อุปกรณ์เครื่องวัดความดันโลหิตที่ได้มาตรฐาน ในปัจจุบันมีเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติหลายแบบ สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องมือที่วัดบริเวณข้อมือ ค่าที่ได้จากการวัดโดยใช้เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติที่แสดงบนหน้าจอ ส่วนใหญ่ประกอบด้วย 3 ค่า ได้แก่
– ค่าความดันโลหิตตัวบน
– ค่าความดันโลหิตตัวล่าง
– ค่าอัตราการเต้นของหัวใจหรือชีพจร ใน 1 นาที
2.เลือกใช้ขนาดของอุปกรณ์ส่วนที่จะพันต้นแขน (arm cuff) ให้เหมาะสมกับขนาดของแขน
3.ให้วัดความดันโลหิตในห้องที่เงียบสงบ ได้นั่งพักแล้วอย่างน้อย 5 นาที วัดในท่านั่ง โดยส่วนหลังพิงพนักเก้าอี้ เท้าทั้ง 2 ข้าง วางราบกับพื้น ไม่นั่งไขว่ห้าง วางแขนที่จะวัดบนโต๊ะให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ โดยที่ไม่เกร็งแขน งดการพูดคุยทั้งก่อนและขณะวัดความดันโลหิต
4.ให้วัดความดันโลหิตในขณะที่ร่างกายและจิตใจอยู่ในภาวะปกติ เช่น ไม่เหนื่อย ไม่เครียด
ไม่โกรธ ไม่อดนอน ไม่หิว ไม่ปวดศีรษะ ไม่ปวดอุจจาระหรือปัสสาวะ เป็นต้น
5.ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่ม ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง หรือสารกระตุ้น ก่อนวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 30 นาที
6.ควรวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยห่างกัน 1-2 นาที จากการวัดที่แขนเดียวกัน และในท่าเดิม
7.ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ
– ตอนเช้า ภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน หลังปัสสาวะ ก่อนอาหารเช้า และก่อนกินยาลดความดัน
โลหิต (ถ้ามี)
– ก่อนนอน
ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนิธิมา รัตนสิทธิ์
สาขาหทัยวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
การวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องชนิดพกพาที่บ้าน ทำอย่างไรให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้
วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ในปัจจุบันมีประชากรที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง (hypertension) มากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรัง และเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเกิดโรคหัวใจ โรคไตวาย และโรคหลอดเลือดต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งการเสียชีวิต ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ มักตรวจพบจากการตรวจเช็คสุขภาพ หรือตรวจพบโดยบังเอิญเมื่อเข้ารับการรักษาโรคอื่น ในปัจจุบันหลายครอบครัวได้มีการจัดหาเครื่องวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องชนิดพกพามาใช้ในบ้าน เพื่อใช้ติดตามความดันโลหิตของสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้นเราควรจะมีความรู้เบื้องต้นในการวัดและแปลผลความดันโลหิต เพื่อประโยชน์ในการดูแลตนเอง และลดความกังวลที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ก่อนอื่นเราควรมาทำความรู้จักค่าความดันโลหิตกันก่อน โดยค่าความดันโลหิต ประกอบด้วยตัวเลข 2 ค่ามีหน่วยเป็น มิลลิเมตรปรอท ยกตัวอย่างเช่น ค่าความดันโลหิต 120/80 มิลลิเมตรปรอท หมายความว่า
– ตัวเลข 120 คือค่าความดันโลหิตตัวบน หรือค่าความดันโลหิตในช่วงหัวใจบีบตัว หรือค่าความดันโลหิตในช่วงซีสโตลี (systolic blood pressure)
– ตัวเลข 80 คือค่าความดันโลหิตตัวล่าง หรือค่าความดันโลหิตในช่วงหัวใจคลายตัว หรือค่าความดันโลหิตในช่วงไดแอสโตลี (diastolic blood pressure)
โดยระดับความดันโลหิตจากการวัดด้วยเครื่องชนิดพกพาที่บ้าน ที่มีค่าตั้งแต่ 135/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป จะถือว่าสูงผิดปกติ ทั้งนี้ควรให้ความสำคัญกับการวัดความดันโลหิตที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการแปลผล โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1.เลือกใช้อุปกรณ์เครื่องวัดความดันโลหิตที่ได้มาตรฐาน ในปัจจุบันมีเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติหลายแบบ สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องมือที่วัดบริเวณข้อมือ ค่าที่ได้จากการวัดโดยใช้เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติที่แสดงบนหน้าจอ ส่วนใหญ่ประกอบด้วย 3 ค่า ได้แก่
– ค่าความดันโลหิตตัวบน
– ค่าความดันโลหิตตัวล่าง
– ค่าอัตราการเต้นของหัวใจหรือชีพจร ใน 1 นาที
2.เลือกใช้ขนาดของอุปกรณ์ส่วนที่จะพันต้นแขน (arm cuff) ให้เหมาะสมกับขนาดของแขน
3.ให้วัดความดันโลหิตในห้องที่เงียบสงบ ได้นั่งพักแล้วอย่างน้อย 5 นาที วัดในท่านั่ง โดยส่วนหลังพิงพนักเก้าอี้ เท้าทั้ง 2 ข้าง วางราบกับพื้น ไม่นั่งไขว่ห้าง วางแขนที่จะวัดบนโต๊ะให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ โดยที่ไม่เกร็งแขน งดการพูดคุยทั้งก่อนและขณะวัดความดันโลหิต
4.ให้วัดความดันโลหิตในขณะที่ร่างกายและจิตใจอยู่ในภาวะปกติ เช่น ไม่เหนื่อย ไม่เครียด
ไม่โกรธ ไม่อดนอน ไม่หิว ไม่ปวดศีรษะ ไม่ปวดอุจจาระหรือปัสสาวะ เป็นต้น
5.ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่ม ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง หรือสารกระตุ้น ก่อนวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 30 นาที
6.ควรวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยห่างกัน 1-2 นาที จากการวัดที่แขนเดียวกัน และในท่าเดิม
7.ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ
– ตอนเช้า ภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน หลังปัสสาวะ ก่อนอาหารเช้า และก่อนกินยาลดความดัน
โลหิต (ถ้ามี)
– ก่อนนอน
ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนิธิมา รัตนสิทธิ์
สาขาหทัยวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย