#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/697644

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแนะรัฐใช้กฎหมายควบคุม เชื่อช่วยแก้ปัญหาเด็กติดบุหรี่ไฟฟ้าแทนการแบน
วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มลาขาดควันยาสูบ “ECST” และเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” กล่าวถึงกระแสข่าวที่พบเด็กและเยาวชนอายุ 15-24 ปีใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้นว่า การแบนบุหรี่ไฟฟ้าป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ได้จริง แต่กลับทำให้เด็กแอบซื้อบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนจากตลาดใต้ดินและตลาดออนไลน์ได้ง่ายขึ้นอีกต่างหาก ทำให้ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลยและยิ่งนานวันปัญหายิ่งมากขึ้น ซึ่งภาครัฐไม่สามารถวิ่งไล่จับหรือปราบปรามให้หมดได้โดยเฉพาะการเข้าถึงผ่านทางช่องทางออนไลน์ ทุกวันนี้เรามี พระราชบัญญัติควบคุมบุหรี่ ที่ห้ามโฆษณาสินค้าห้ามไม่ให้คนที่อายุต่ำกว่า 20 ปีซื้อบุหรี่ได้และร้านค้าที่จะขายก็ต้องมีใบอนุญาตเท่านั้น ไม่ให้มีการขายออนไลน์ จำนวนเด็กที่สูบบุหรี่จึงมีอัตราต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับจำนวนคนสูบบุหรี่ทั้งประเทศ แสดงว่าการมีกฎหมายควบคุมนั้นได้ผล หากมีกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมในลักษณะเดียวกัน เราเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ เช่นเดียวกับที่พรรคภูมิใจไทยและกระทรวงสาธารณสุขพยายามผลักดันร่างพระราชบัญญัติกัญชากัญชง เพื่อป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน
นายมาริษกล่าวต่อว่า จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2564 พบว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนที่อายุ 15 ถึง 19 ปีเป็นกลุ่มที่สูบบุหรี่เพียง 6.2% เท่านั้น ซึ่งเทียบกับกลุ่มอายุ 25 ถึง 44 ปี ซึ่งมีจำนวนผู้สูบบุหรี่ 21% นับว่าต่ำกว่ามาก และกลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่มีอัตราผู้สูบบุหรี่น้อยที่สุดในประชากรทุกกลุ่ม และเกือบ 80 ประเทศทั่วโลกใช้กฎหมายมาควบคุมเพื่อป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนแทน เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อนุญาตการขายบุหรี่ไฟฟ้า ก็จะสั่งให้ทางบริษัทเจ้าของสินค้าทำแผนการตลาดที่ไม่ดึงดูดเด็กและเยาวชนมาให้ตรวจสอบด้วย
“ตอนนี้เริ่มมีหลายหน่วยงานที่มาศึกษาปัญหานี้ เช่น สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินคณะกรรมาธิการการพาณิชย์คณะอนุกรรมาธิการการสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรมสรรพสามิต กระทรวงดีอีเอสเราจึงเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาศึกษาจากตัวอย่างในต่างประเทศกว่า 70 ประเทศที่ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนและพิจารณาให้รอบด้านมากกว่ามิติด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียวเพราะปัญหานี้มีความซับซ้อน ไม่อาจแก้ไขด้วยการแบนหรือการกดทับปัญหาเอาไว้โดยไม่ยอมรับความจริง เพราะทุกวันที่ผ่านไปเท่ากับเราปล่อยให้เด็กและเยาวชนหันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น”นายมาริษกล่าวทิ้งท้าย
