#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2585175

23 ธ.ค. 2565 09:57 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐฉบับพิมพ์
เล็งโยกเลขาฯ นาโตนั่ง ผอ.กองทุนไอเอ็มเอฟ
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. สถานีโทรทัศน์นอร์เวย์ ทีวี 2 รายงานอ้างแหล่งข่าวในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ว่า นายเยนส์ สโตลเตนเบิร์ก ชาวนอร์เวย์และเลขาธิการนาโต วัย 63 ปี กำลังถูกพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คนต่อไป โดยระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯมองเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพื่อมาแทนนางคริสตาลีนา จอร์เจียวา นักเศรษฐศาสตร์บัลแกเรีย ที่จะหมดวาระในปี 2567
ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายสโตลเตนเบิร์กมีกำหนดหมดวาระเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ได้รับการต่ออายุไปจนถึงปลายปี 2566 เนื่องด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน ทั้งมีความเป็นไปได้ที่นายสโตลเตนเบิร์กจะได้รับการต่ออายุไปอีกจนพ้นปี 2566 หรือจนถึงปลายปี 2567 เนื่องด้วยยังไม่มีตัวเลือกที่เหมาะสม ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทม์สรายงานเมื่อเดือน พ.ย.ว่า รัฐบาลสหรัฐฯสนใจนางคริสเตีย ฟรีแลนด์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังแคนาดา เข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการองค์การนาโต หรืออาจจะเป็นนักการเมืองคนอื่นๆ ที่มีจุดยืนต่อต้านรัสเซียอย่างชัดเจนหรือบุคคลที่มีเชื้อสายยูเครน
วันเดียวกัน สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯต่างรายงานบรรยากาศการเยือนสหรัฐฯของนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ที่เข้าพบนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวขอบคุณความช่วยเหลือ แต่ระบุว่ายังไม่เพียงพอ ก่อนขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมสภาคองเกรสว่าเงินของสหรัฐฯไม่ใช่การบริจาค แต่เป็นการลงทุนในประชาธิปไตย ซึ่งนายเซเลนสกียังนำธงชาติยูเครนที่ลงลายเซ็นและข้อความของเหล่าทหารจากแนวหน้ามอบแก่นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และได้รับมอบธงชาติสหรัฐฯเป็นของที่ระลึก ขณะที่นายอานาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ กล่าวโจมตีว่า การเยือนครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯไม่สนใจที่จะหาข้อยุติความขัดแย้งอย่างสันติ
ด้านสื่อความมั่นคงดีเฟนซ์นิวส์ของสหรัฐฯ รายงานว่า หน่วยงานตรวจสอบการก่ออาชญากรรมของกระทรวงกลาโหมเพนตากอนสหรัฐฯ ประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงที่อาวุธของสหรัฐฯจะถูกขายต่อในตลาดมืด เนื่องจากกระบวนการส่งอาวุธให้ยูเครน ดำเนินการอย่างเร่งด่วนและลดขั้นตอนการตรวจสอบ โดยความช่วยเหลือยูเครนในปีนี้มีมูลค่าสูงเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 3.7 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นอาวุธที่ถูกสั่งผลิตใหม่ คิดเป็นมูลค่า 2,700 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 99,900 ล้านบาท.