สรุปผลสอบสวนทรัมป์ล้มล้างประชาธิปไตย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2585925

สรุปผลสอบสวนทรัมป์ล้มล้างประชาธิปไตย

24 ธ.ค. 2565 09:00 น.

สรุปผลสอบสวนทรัมป์ล้มล้างประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมาธิการสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์ผู้ชุมนุมบุกอาคารรัฐสภา กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ วันที่ 6 ม.ค.2564 ได้เผยแพร่รายงานการสอบสวนฉบับสมบูรณ์ ความยาว 845 หน้า ซึ่งรวมถึงคำให้การ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจสอบ ไปจนถึงข้อเสนอแนะทางกฎหมาย อันบ่งชี้ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีส่วนสมรู้ร่วมคิดในการขัดขวางเจตจำนงของประชาชนและพยายามล้มล้างความเป็นประชาธิปไตยของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ รายงานการสอบสวนถูกเปิดเผยก่อนที่คณะกรรมาธิการดังกล่าวจะถูกยุบในวันที่ 3 ม.ค.นี้ หลังพรรคฝ่ายรีพับลิกันชนะการเลือกตั้ง ส.ส.กลางเทอมและครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ โดยรายงานที่ระบุถึงความพยายามของนายทรัมป์ในการพลิกผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เจ้าตัวพ่ายแพ้แก่นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ด้วยการพยายามติดต่อกดดันเจ้าหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งทั้งในระดับรัฐและระดับท้องถิ่นผ่านทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะขอนัดพบ โทรศัพท์หา และส่งข้อความ

ขณะที่เหตุการณ์ในวันที่ 6 ม.ค. นายทรัมป์ยังทำการปลุกระดมผู้สนับสนุน แม้จะทราบดีว่าผู้สนับสนุนบางส่วนมีอาวุธ พร้อมกระตุ้นให้ผู้สนับสนุนต่อสู้อย่างสุดความสามารถ เพื่อที่ตัวเองจะได้เป็นประธานาธิบดีและพยายามที่จะเข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าวและนายทรัมป์ไม่มีความพยายามแม้แต่น้อย ที่จะยับยั้งผู้สนับสนุนของตัวเอง แม้ว่าจะเห็นว่าเหตุการณ์ลุกลามบานปลายผ่านทางการถ่ายทอดของสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆหรือมีที่ปรึกษาจำนวนมากขอร้องให้นายทรัมป์คลี่คลายสถานการณ์

รายงานการสอบสวนยังสนับสนุนอย่างเอกฉันท์ ให้มีการเสนอ 4 ข้อหาทางอาญาแก่นายทรัมป์ ฐานมีบทบาทในการปลุกระดมให้เกิดการจลาจล พร้อมสนับสนุนให้คณะกรรมาธิการด้านจริยธรรมของสภาคองเกรสเปิดการสอบสวนแกนนำพรรครีพับลิกัน และสมาชิกสภาพรรครีพับลิกันบางส่วนที่ก่อนหน้านี้ ไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์บุกรัฐสภา 6 ม.ค.

ผลการสอบสวนครั้งนี้เป็นเพียงสัญลักษณ์ และเป็นหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ว่าจะดำเนินการทางกฎหมายเช่นไรต่อไป แต่ถือเป็นครั้งแรกที่สภาคองเกรสดำเนินการในลักษณะนี้กับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่า ย่อมส่งผลต่อแผนการลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2567 ของนายทรัมป์.

Leave a comment