#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/700527

จักษุแพทย์เตือนฉลองปีใหม่อย่างปลอดภัย ระวัง ‘เบาหวานขึ้นจอตา’
วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.31 น.
การเฉลิมฉลองเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ ดังนั้น การหลีกเลี่ยงกิจกรรมสังสรรค์หรือเคร่งครัดกับการควบคุมอาหารมากเกินไป อาจทำให้ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ดูแลหมดสนุกได้ วิธีที่จะช่วยให้มีความสุขกับช่วงเวลาพิเศษนี้ได้โดยที่ไม่สร้างผลกระทบต่อสุขภาพ ก็คือการวางแผนการรับประทานอาหาร รวมถึงปรึกษาจักษุแพทย์ในโรงพยาบาลใกล้บ้านท่าน หากมีความกังวลหรือมีคุณภาพการมองเห็นผิดไปจากปกติ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน
นายแพทย์กฤติเดช เดชะคุปต์ จักษุแพทย์ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยาจอตาและวุ้นตา โรงพยาบาลเมดพาร์คกล่าวถึงโรคเบาหวานขึ้นจอตาว่าในระยะแรก ผู้ป่วยเบาหวานอาจไม่รู้ตัวและละเลยการตรวจสายตา เพราะไม่รู้สึกถึงอาการผิดปกติใดๆ แต่ถ้าหากปล่อยให้ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน หลอดเลือดขนาดเล็กที่นำเลือดมาเลี้ยงจอประสาทตาจะค่อยๆ เกิดอาการผิดปกติร่างกายจึงพยายามสร้างเส้นเลือดขึ้นทดแทน แต่เส้นเลือดที่สร้างขึ้นใหม่นี้มักไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมและนำไปสู่การรั่วของน้ำและเม็ดเลือด ส่งผลให้เซลล์รับภาพเสียหาย ทำให้กว่าผู้ป่วยเบาหวานจะมาปรึกษาแพทย์ก็มักรู้สึกถึงสายตาเลือนราง มีคุณภาพการมองเห็นที่แย่ลงแล้ว หากปล่อยโรคเบาหวานขึ้นจอตาไว้โดยไม่รักษา ผู้ป่วยอาจถึงขั้นตาบอดได้
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์เพื่อการดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ้นจอตาพัฒนาไปมาก แพทย์หญิงวีรยาพิมลรัฐ จักษุแพทย์ ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ในอดีตมีเพียงเลเซอร์ที่ช่วยประคับประคองการมองเห็นไม่ให้แย่ลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เลเซอร์ไม่สามารถทำให้การมองเห็นดีขึ้นได้ ต่อมาเริ่มมีการฉีดยาเข้าวุ้นตาเพื่อยับยั้งการสร้างหลอดเลือดงอกที่ผิดปกติ ซึ่งผลการวิจัยทางวิชาการรับรองว่ายาฉีดช่วยให้การมองเห็นของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่แนวทางการรักษานี้ยังพบข้อจำกัดในเรื่องความถี่ในการฉีดยา เพราะอาจต้องฉีดยาทุก 1-4 เดือน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย ดังนั้น การที่ต้องเข้ารับการรักษาและถูกฉีดยาเข้าลูกตาบ่อยๆ อาจสร้างภาระการเดินทางไปกลับระหว่างบ้านและโรงพยาบาลให้กับผู้ป่วยและผู้ดูแลได้ ทั้งนี้นวัตกรรมการรักษาด้วยยาฉีดทุกวันนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก เพราะยาไม่เพียงแต่ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดที่ผิดปกติแต่ยังมีกลไกการออกฤทธิ์เพิ่มเติม ซึ่งทำให้เส้นเลือดที่อยู่ในชั้นจอตาแข็งแรงเทคโนโลยีนี้ช่วยลดความถี่ในการฉีดยาลงผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องเข้ามารับการรักษาทุก3-4 เดือนเท่านั้น ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกด้านการเดินทางให้แก่ผู้ป่วยและผู้ดูแล รวมทั้งยังช่วยให้คุณภาพชีวิตดียิ่งขึ้น
นอกจากควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับน้ำตาลสะสมให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมแล้ว นายแพทย์ชเนศ สุวรรณมณี จักษุแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้าง โรงพยาบาลสมิติเวช แนะนำการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลว่า ในฐานะจักษุแพทย์ยังอยากเชิญชวนให้
ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ดูแลผู้ป่วยตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพดวงตา และเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานขึ้นจอตาอย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือน แม้จะยังไม่พบอาการผิดปกติใดๆ ก็ตาม เพราะหากเรารู้เท่าทันโรคและเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็จะช่วยลดความรุนแรงหรือชะลอความเสื่อมของสายตาได้ ส่วนผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรสนับสนุนการควบคุมอาหาร การกินยาหรือการฉีดยาของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่า 130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร อีกทั้ง ควรได้รับการดูแลโดยแพทย์สาขาต่อมไร้ท่อและจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
