#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/700838

สกสว.มหาวิทยาลัยพะเยา พร้อมขับเคลื่อนแผนงานสำคัญยกระดับ การพัฒนาชุมชนนวัตกรรม สู่ความเข้มแข็งที่ยั่งยืน
วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 21.37 น.
สกสว. มหาวิทยาลัยพะเยา พร้อมประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนแผนงานสำคัญ เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยในระดับชาติและนานาชาติ กับการพัฒนาชุมชนนวัตกรรม สู่ความเข้มแข็งที่ยั่งยืน
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำโดย รองศาสตราจารย์.ดร.คมกฤต เล็กสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจการพัฒนา ววน. ด้านกําลังคนและสถาบันความรู้ สกสว. เยี่ยมชม และติดตามผลการดําเนินงานโครงการวิจัยที่ได้รับทุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ของ มหาวิทยาลัยพะเยา โอกาสนี้ ศ.ดร.เสมอ ถาน้อย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพะเยา รองศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์ เสาแก้ว คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ หัวหน้าโครงการหน่วยวิจัย เพื่อความเป็นเลิศด้านการวิจัยผลลัพธ์และบูรณาการทางคลินิก
รองศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ ช่อลำเจียก คณะวิทยาศาสตร์ หัวหน้าโครงการหน่วยวิจัย เพื่อความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรมงคล สุวรรณภูมิ คณะเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการหน่วยวิจัย เพื่อความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ให้การต้อนรับ และ นำเสนอภาพรวมการดำเนินงาน
รองศาสตราจารย์.ดร.คมกฤต เล็กสกุล กล่าวว่า สกสว. มีพันธกิจในการจัดทำแผนและกรอบงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ รวมถึงบริหารระบบงบประมาณด้าน ววน. ผ่านการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริม ววน. ให้กับหน่วยงานในระบบ ววน. ซึ่งแบ่งออกงบประมาณเป็น 2 ส่วน คือ 1. งบประมาณเพื่อสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Fund-SF) โดยมีหน่วยบริหารจัดการทุนทั้ง 9 แห่ง ทำหน้าที่จัดสรรทุนวิจัย แก่นักวิจัยและหน่วยงานระดับปฏิบัติ เพื่อดำเนินการวิจัยที่ตอบยุทธศาสตร์และแผนด้าน ววน. ของประเทศ ที่ตนรับผิดชอบ และ 2. งบประมาณเพื่อสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund-FF) ซึ่งเป็นการจัดสรรงบประมาณตรงไปยังหน่วยงานที่มีภารกิจเฉพาะด้าน ววน. และดำเนินการตามพันธกิจของตน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. ระดับชาติ และโครงการริเริ่มสำคัญของประเทศ
มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้งบประมาณด้าน ววน. ของกองทุนส่งเสริม ววน. สนับสนุนงานมูลฐาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของงานวิจัยและการบริหารงานวิจัยขอสถาบันอุดมศึกษา ให้สามารถตอบสนองแนวนโยบายของชาติ และสามารถไปขยายผลต่อยอดตอบสนองงานเชิงกลยุทธ์ เช่น โครงการวิจัยเพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ที่สามารถผลิตสินค้านวัตกรรม เพื่อจัดจำหน่ายได้ 12 ผลิตภัณฑ์ และ โครงการเพื่อความเป็นเลิศ (Unit of Excellence) กระทั่งสามารถผลิตผลงานตีพิมพ์เผยแพร่ผลการวิจัยให้กับมหาวิทยาลัย ในปี 2564 จำนวนทั้งสิ้น 370 ผลงาน ซึ่งเป็นสัดส่วน 89% จากผลงานการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ ทำให้มหาวิทยาลัยพะเยา ได้เข้ารับการประเมินในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยนานาชาติ (Ranking) ใน The Impact Ranking โดยปี 2022 อยู่ในอันดับ 10 ของประเทศ และ อันดับที่ 301-400 จาก1,406 สถาบันทั่วโลก ขณะที่ SCImago Institution Rankings 2022 จัดอันดับให้มหาวิทยาลัยพะเยาเป็นอันดับที่ 9 ของประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 678 ของโลก
นอกจากการสนับสนุนงานมูลฐานแล้ว มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ได้การสนับสนุนการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ และมีผลงานที่โดดเด่น เช่น โครงการ Phayao Learning City ที่สนับสนุนโดยหน่วยบริหารจัดการทุนเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ (บพท.) ร่วมขับเคลื่อนจังหวัดพะเยาให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตบนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ UNESCO รับรองให้จังหวัดพะเยา เป็นสมาชิกเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตของโลก

ด้าน ศ.ดร.เสมอ ถาน้อย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นมหาวิทยาลัยสร้างปัญญา โดยมีพันธกิจ เพื่อสังคมและชุมชน ที่มีการประเมินตัวชี้วัด 4 ขอบเขตหลัก ได้แก่ 1) งานวิจัย 2) นโยบายและแนวทางปฏิบัติภายในมหาวิทยาลัย 3) การเชื่อมโยงกับสังคมไทยและสังคมโลก และ 4) การเรียนการสอนผ่านการดำเนินงาน 17 เป้าหมายหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) เนื่องจากงานวิจัยเป็น 1 ในตัวชี้วัดที่สำคัญ มหาวิทยาลัยจึงได้ผลักดันงานตามเป้าหมายดังกล่าว ภายใต้กลยุทธ์ Supper KPI ในยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ 4 KPI ของการดำเนินงานในปี 65 คือ 1 จำนวนผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์จริงในชุมชน 20 ผลงาน 2 จำนวนผลิตภัณฑ์ อันเกิดจากผลงานวิจัยที่นำไปใช้ขยายผลหรือต่อยอดการใช้ประโยชน์สู่พาณิชย์ จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ 3.จำนวนผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ จำนวน 100 ผลงานและ 200 ผลงาน ตามลำดับ และ 4.ผลการจัดอันดับมหาวิทยาโลก
รวมถึงการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 การบริการวิชาการด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อความเข้มแข็งของชุมชน ที่ตระหนักถึงการสร้างศูนย์เรียนรู้ใหม่ หรือ แหล่งเรียนรู้ใหม่ ที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่สำคัญของสังคมและชุมชน ของทุกช่วงวัย จำนวน 10 พื้นที่ และ จำนวนชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมพัฒนา 1 คณะ 1 ชุมชนนวัตกรรม จำนวน 10 ชุมชน อย่างไรก็ดี KPI หรือตัวชี้วัดดังกล่าว เปรียบได้กับภาพสะท้อน ให้เห็นถึงความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนบทบาทของมหาวิทยาลัยในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทย ที่จะต้องก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลไกความร่วมมือในระดับพื้นที่ ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีในท้องถิ่น และนำเอาองค์ความรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมใช้ของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจหรือแก้ไขปัญหาของพื้นที่ในบริบทต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป







