‘สปสช.’เพิ่มบริการแพทย์ทางไกล42กลุ่มโรค เตือนอย่าหลงเชื่อร่วมกลุ่มโอเพ่นแชท‘@nhso’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700962

‘สปสช.’เพิ่มบริการแพทย์ทางไกล42กลุ่มโรค เตือนอย่าหลงเชื่อร่วมกลุ่มโอเพ่นแชท‘@nhso’

‘สปสช.’เพิ่มบริการแพทย์ทางไกล42กลุ่มโรค เตือนอย่าหลงเชื่อร่วมกลุ่มโอเพ่นแชท‘@nhso’

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยรองเลขาธิการและโฆษก ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ฝากเตือนประชาชน ระบุว่า ตามที่มีผู้ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มไลน์โอเพ่นแชท (Open Chat) ในชื่อ@nhso ที่เป็นชื่อไลน์ไอดีเดียวกับไลน์ออฟฟิเชียล แอคเคาท์ (Line officialaccount) ของ สปสช. ที่ถือเป็นการแอบอ้างและทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นไลน์ที่ถูกจัดตั้งโดย สปสช. ส่งผลให้ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากหลายร้อยคนได้เข้าร่วมกลุ่มไลน์โอเพ่นแชทดังกล่าว

ทั้งนี้ ด้วย สปสช. มีความเป็นห่วงประชาชนที่อาจถูกหลอกลวงโดยมิจฉาชีพผู้ไม่หวังดีได้ เนื่องจาก สปสช.ไม่ได้มีการจัดตั้งโอเพ่นแชทในชื่อ @nhso ดังกล่าว และไม่มีเจ้าหนาที่ สปสช. คอยให้บริการในไลน์โอเพ่นแชทนี้ จึงขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเข้ากลุ่มไลน์นี้โดยเด็ดขาดในกรณีท่านใดหากเข้าร่วมกลุ่มแล้ว ขออย่าหลงเชื่อส่งข้อมูลส่วนตัวใดๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อบัตรประจำตัวประชาชน และเบอร์ติดต่อ เป็นต้น และขอแนะนำให้ท่านออกจากกลุ่มโดยทันที

“ขอแจ้งให้ประชาชนทราบว่า สปสช.ไม่เคยมีการจัดตั้งกลุ่มไลน์โอเพ่นแชท@nhso ไลน์ สปสช. คือไลน์ออฟฟิเชียล แอคเคาท์ ในชื่อ สปสช. ไลน์ไอดีคือ @nhso สำหรับใช้ในการแอดไลน์หรือเพิ่มเพื่อนไม่ใช่ชื่อกลุ่มไลน์โอเพ่นแชท ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าเข้าร่วมกลุ่ม และอย่าหลงเชื่อการแจ้งข้อมูลหรือขอข้อมูลจากท่านใดๆ เพราะอาจถูกหลอกลวงได้” โฆษก สปสช. กล่าว

ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า สปสช.ขอเชิญชวนประชาชนมาเป็นเพื่อนทางไลน์ออฟฟิเชียล แอคเคาท์ (Line officialaccount) ของ สปสช.หรือแอดไลน์ สปสช. โดยวิธีการขอให้ดำเนินการดังนี้ 1.ทำการแอดไลน์โดยไปที่เพิ่มเพื่อน 2.ค้นหาโดยพิมพ์คำว่า @nhso ซึ่งเป็นไลน์ไอดีของ สปสช. หลังจากนั้นจะปรากฏชื่อไลน์ “สปสช.” และ 3.กดเป็นเพื่อนกับ สปสช. ท่านจะสามารถใช้บริการในเมนูต่างๆ กับไลน์ สปสช.ได้ ไม่ว่าจะเป็นสอบถามเรื่องการใช้สิทธิหรือประสานขอความช่วยเหลือต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ ก็สามารถพิมพ์คำถามสอบถามได้เลย

หรือใช้บริการตามเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เมนูการตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาลด้วยตนเอง การเปลี่ยนหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลประจำด้วยตนเอง นอกจากนั้นยังมี เมนูขอรหัสรับบริการ เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้ยืนยันตัวตนก่อนรับบริการ เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ใช้สิทธิ์ตัวจริง ไม่ใช่คนอื่นแอบอ้างมาสวมสิทธิ์ รวมทั้งมีประวัติการเข้ารับบริการทำให้ทราบว่าเคยไปตรวจคัดกรองหรือรับการรักษาที่ไหนบ้าง และยังมีเมนูเช็คสิทธิ์ตรวจสุขภาพฟรี โดยเมื่อกรอกข้อมูลต่างๆ แล้ว ท่านจะทราบว่าได้รับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคประเภทใดบ้าง

ขณะที่ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. เปิดเผยว่า ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน โดยเฉพาะระบบการสื่อสารที่รวดเร็ว ฉับไว และมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างรวมถึงต่อระบบสุขภาพ ส่งผลให้เกิด “บริการสาธารณสุขระบบทางไกล” หรือ “บริการการแพทย์ทางไกล” (Telemedicine) ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่าง เพิ่มการเข้าถึงบริการ ลดความแออัดหน่วยบริการ ลดเวลารอคอย และอำนวยความสะดวกในการรับบริการสอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal)

ที่ผ่านมา สปสช.ได้เล็งเห็นประโยชน์ต่อผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท ในปีงบประมาณ 2563 บอร์ด สปสช.จึงได้เห็นชอบบรรจุ “บริการแพทย์ทางไกล” เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท โดยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในปีที่ผ่านมาสปสช.ยังได้จับมือกับผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นด้านสุขภาพดิจิทัล ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย เพื่อช่วยลดความแออัดผู้ป่วยรับบริการที่โรงพยาบาล

ซึ่งจากประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดูแลผู้ป่วยผ่านระบบการแพทย์ทางไกลที่ผ่านมา สปสช. จึงได้ขยายการให้ “บริการการแพทย์ทางไกลในลักษณะผู้ป่วยนอกทั่วไป” (OP Telemedicine) ครอบคลุมรักษา 42 กลุ่มโรคและอาการ โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นด้านสุขภาพดิจิทัล จำนวน 4 แห่ง ได้แก่1.แอปพลิเคชั่น Good Doctor Technology(กู๊ด ด็อกเตอร์) โดยจีดีทีคลินิกเวชกรรม 2.แอปพลิเคชั่น Clicknic (คลิกนิก) โดยคลิกนิกเฮลท์คลินิกเวชกรรม 3.แอปพลิเคชั่นMordee (หมอดี) โดยชีวีบริรักษ์ คลินิกเวชกรรม

และ 4.แอปพลิเคชั่น Saluber MD (ซาลูเบอร์ เอ็ม ดี) โดยสุขสบายคลินิกเวชกรรม เพื่อเป็นการดูแลประชาชนผู้มีสิทธิ์บัตรทอง 30 บาท เบื้องต้นกำหนดนำร่องบริการให้ผู้ป่วยที่เจ็บป่วยเป็นโรคทั่วไปเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2565 ใน 2 แอปพลิเคชั่นก่อนคือ 1.แอปพลิเคชั่น Good Doctor Technology (กู๊ด ด็อกเตอร์) โดยจีดีทีคลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี@gdtt และ 2.แอปพลิเคชั่น Clicknic (คลิกนิก) โดยคลิกนิกเฮลท์คลินิกเวชกรรม สอบถามเพิ่มเติม ไลน์ไอดี @clicknic

“ประชาชนสิทธิบัตรทองที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ กทม. หากมีอาการเจ็บป่วยตาม 42 กลุ่มโรคและอาการ ท่านสามารถเลือกใช้บริการทั้ง 2 แอปนี้ได้ โดยติดต่อผ่านไลน์ของทั้ง 2 แอป จะมีเจ้าหน้าที่แนะนำขั้นตอน เมื่อพบแพทย์ออนไลน์แล้ว ก็จะมีการจัดส่งยาไปให้ที่บ้านหรือที่อยู่ที่ท่านพักอาศัย ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิบัตรทองที่มีหน่วยบริการประจำอยู่ต่างจังหวัด แต่หากเดินทางมาทำธุระใน กทม.เป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้วเกิดอาการเจ็บป่วยตาม 42 กลุ่มโรคหรืออาการดังกล่าว ก็สามารถใช้สิทธิได้ ขอให้ท่านมีที่อยู่สำหรับการจัดส่งยาก็รับยาและรักษาตัวตามคำแนะนำของแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ได้” นพ.จเด็จ กล่าว

เลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อไปว่าบริการการแพทย์ทางไกล ที่ สปสช. ดำเนินการนี้เป็นการให้บริการด้านสุขภาพที่มีมาตรฐานบริการ โดยผู้ที่ร่วมให้บริการจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (ส.พ.7) ที่ระบุ “มีการบริการการแพทย์ทางไกล” และสามารถให้บริการการแพทย์ทางไกลได้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลโดยใช้ระบบบริการการแพทย์ทางไกล พ.ศ.2564 ของกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

พร้อมมีระบบพิสูจน์ตัวตนยืนยันการใช้สิทธิผู้ป่วยก่อนรับบริการ มีแพทย์ที่พร้อมให้บริการและมีระยะเวลาของการให้บริการประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง หรือจนกว่าแพทย์จะสามารถวินิจฉัยและสั่งการรักษาได้ นอกจากนี้ ผู้ให้บริการต้องมีร้านยาเครือข่ายบริการที่จัดส่งยาพร้อมทั้งให้คำแนะนำและติดตามการใช้ยาให้กับผู้ป่วยได้ตามมาตรฐานวิชาชีพเภสัชกรรมที่สภาเภสัชกรรมกำหนด โดยส่งยาถึงผู้ป่วยภายใน 24 ชั่วโมงหลังเข้ารับบริการ

เลขาธิการ สปสช. ยังกล่าวอีกว่าในส่วนของหน่วยบริการนั้น มีการจัดระบบ AMED Telehealth ซึ่งเป็นระบบบริการทางการแพทย์ทางไกลที่ดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รองรับ เพื่อให้ผู้ให้บริการฯ บันทึกข้อมูลการให้บริการผู้ป่วย และข้อมูลใช้ในการเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการจาก สปสช. ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับตรวจวินิจฉัยและให้คำปรึกษาผ่านการแพทย์ทางไกลค่ายาและเวชภัณฑ์ รวมถึงจัดส่งยาให้ผู้ป่วย

“บริการแพทย์ทางไกลเป็นบริการสุขภาพวิถีใหม่ที่มาหนุนเสริมระบบสุขภาพหลัก โดยให้บริการรักษาพยาบาลในระดับบริการปฐมภูมิ นอกจากเพิ่มการเข้าถึงบริการให้กับผู้ป่วยแล้ว ยังเพิ่มความสะดวก ช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการบริการสุขภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้กับประชาชน” เลขาธิการ สปสช. กล่าวในตอนท้าย

ทั้งนี้บริการแพทย์ทางไกลครอบคลุม42 กลุ่มโรคและอาการ ดังนี้ 1.ข้อเสื่อมหลายข้อ 2.ตาแดงจากไวรัส 3.ตาแดงจากไวรัส ที่มิได้มีรหัสระบุรายละเอียด 4.ข้อเสื่อมโดยทั่วไปปฐมภูมิ 5.เนื้อเยื่ออักเสบ 6.วิงเวียนมึน 7.ปวดศีรษะ 8.อาหารเป็นพิษจากเชื้อแบคทีเรียอื่น 9.อาการท้องร่วง 10.กระเพาะและลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อ 11.ไข้ไม่ทราบสาเหตุ 12.ความผิดปกติของระบบการทรงตัวของหู 13.โรคตากุ้งยิงและตุ่มอักเสบเรื้อรังที่หนังตา

14.การอักเสบของเยื่อบุตา 15.การติดเชื้อไวรัส ที่มิได้ระบุรายละเอียด 16.กล้ามเนื้อเคล็ด 17.ติดเชื้อไวรัสไม่ระบุตำแหน่งที่เป็น 18.ข้ออักเสบข้อเดียว ที่มิได้มีระบุรายละเอียด 19.เยื่อบุจมูกและลำคออักเสบเฉียบพลัน (หวัดธรรมดา) 20.ไข้ไม่ระบุชนิด 21.เวียนศีรษะบ้านหมุนเฉียบพลันแบบไม่รุนแรง 22.ปวดท้องช่วงบน 23.การติดเชื้อทางเดินหายใจในส่วนบนแบบเฉียบพลันหลายแห่งพร้อมกัน

24.ลมพิษ 25.ปวดท้อง และปวดอุ้งเชิงกราน 26.เยื่อบุตาอักเสบเฉียบพลัน ที่มิได้ระบุรายละเอียด 27.ลมพิษ ที่มิได้ระบุรายละเอียด 28.ปวดหลังส่วนล่าง 29.คออักเสบเฉียบพลัน 30.ต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน 31.คออักเสบเฉียบพลัน ที่มิได้ระบุรายละเอียด 32.การติดเชื้อทางเดินหายใจในส่วนบนแบบเฉียบพลัน 33.กระเพาะอาหารอักเสบ ที่มิได้ระบุ
รายละเอียด

34.อาการปวดท้องอื่นๆ และอาการปวดท้องที่ไม่ระบุ 35.ข้ออักเสบหลายข้อที่มิได้ระบุรายละเอียด 36.ต่อมทอลซิลอักเสบเฉียบพลัน ที่มิได้ระบุรายละเอียด 37.เยื่อจมูกอักเสบจากการแพ้ ที่มิได้ระบุรายละเอียด ปวดกล้ามเนื้อ 38.เยื่อจมูกอักเสบจากการแพ้หรือการเปลี่ยนอากาศ 39.ข้ออักเสบแบบอื่น 40.ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน 41.ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน ที่มิได้ระบุรายละเอียด และ 42.การติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียว ที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านการใช้สิทธิบัตรทอง ให้ติดต่อสอบถามช่องทางสื่อสารของ สปสช. ได้ที่ 1.สายด่วน สปสช.1330 2.ช่องทางออนไลน์ ประกอบด้วย ไลน์สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 และเฟซบุ๊ก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติhttps://www.facebook.com/NHSO.Thailand

Leave a comment