แหวกฟ้าหาฝัน : เตรียมตัวไปสวิส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721429

แหวกฟ้าหาฝัน : เตรียมตัวไปสวิส

แหวกฟ้าหาฝัน : เตรียมตัวไปสวิส

วันอาทิตย์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบทิวทัศน์ และมีกำลังทรัพย์ค่อนข้างมาก ประเทศหนึ่งที่ต้องเยือนให้ได้ก็คือ สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่มีชื่อเสียงไม่เพียง นาฬิกา และการเงินแต่ยังมีชื่อเสียงมากในเรื่องการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเรื่องทิวทัศน์หรือความสะดวกสบายในการใช้รถไฟ แม้สวิสจะมีความมั่นคงทางการเงินสูงแต่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาการธนาคารของสวิสเริ่มมีปัญหา จวบจนกระทั่งต้นเดือนมีนาคมนี้ที่ธนาคารอันดับสองของประเทศเกิดปัญหา Bank Run จนถึงขั้นล้มละลาย และต้องให้ธนาคารชาติสวิสและธนาคารอันดับหนึ่งของสวิสมาอุ้ม ถึงกระนั้นก็ดี ค่าเงินสวิสก็ไม่ลด ทำให้การไปเที่ยวสวิสยังคงแพงอยู่ดี แต่การไปเที่ยวสวิสก็ยังเป็นเป้าหมายที่คนส่วนใหญ่อยากไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

การเดินทางเข้าสวิสก็ต้องมีวีซ่าที่เรียกว่าเชงเก้นเฉกเช่นเดียวกันกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปตะวันตก นักท่องเที่ยวที่มีวีซ่าเชงเก้นระยะยาวจากประเทศในยุโรปตะวันตกอยู่แล้วสามารถเดินทางเข้าสวิสได้เลยแม้สวิสจะมิใช่สมาชิก EU ก็ตาม แต่หากนักท่องเที่ยวไม่มีวีซ่าเชงเก้น ก็สามารถไปขอจากสถานทูตสวิสได้ซึ่งปัจจุบันสวิสมีแนวโน้มจะให้วีซ่าเชงเก้นระยะยาวกับนักท่องเที่ยวด้วยจึงทำให้นักท่องเที่ยวที่ไปขอวีซ่าจากสวิสมีโอกาสที่จะไปเที่ยวประเทศอื่นๆ ที่ใช้วีซ่าเดียวกันนี้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าใหม่

การเตรียมเอกสารขอวีซ่าเชงเก้นของสวิสก็เหมือนกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปที่ต้องมีก็คือ ใบจองคิววีซ่าผ่านทางอินเตอร์เนต แบบฟอร์มการขอวีซ่า ใบรับรองเงินเดือน ใบรับรองสถานะการเงิน หรือสำเนาสมุดบัญชีที่มีชื่อธนาคารอยู่ด้วย ควรมีเงินค้างในบัญชีไม่ต่ำกว่า 3 เท่าของค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการเดินทางครั้งนั้นๆ ยิ่งมากยิ่งดี ใบจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และประกันเดินทางที่ครอบคลุมจำนวนวันเดินทาง รวมทั้งแผนการเดินทางให้เรียบร้อยโดยเอกสารทุกชิ้นต้องเป็นภาษาอังกฤษหากต้องการวีซ่าระยะยาว นักท่องเที่ยวก็ควรส่งแผนการเดินทางในยุโรปครั้งต่อๆ ไปให้ไปด้วยเลยในคราวเดียวก็อาจทำให้นักท่องเที่ยวได้วีซ่าเชงเก้นระยะยาวได้ง่ายขึ้นด้วย สิ่งสำคัญที่ต้องมีประกอบก็เหมือนๆ กันโดยเฉพาะอย่างยิ่งประกันเดินทางในการเดินทางครั้งต่อๆ ไปเพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นว่า แผนที่เขียนไปเป็นแผนการเดินทางที่แท้จริง แต่หากนักท่องเที่ยวเดินทางบ่อยอยู่แล้ว อาจซื้อประกันเดินทางแบบอายุ 1 ปีไปเลย ก็สะดวกดีโดยแผนประกันต้องเป็นแผนที่มีวงเงินไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาทหรือแผน B ของทุกบริษัทประกันเป็นอย่างต่ำ

สายการบินที่บินตรงเข้าสวิสจากกรุงเทพฯ มี 2 สายการบิน คือ สวิสแอร์ และการบินไทย นักท่องเที่ยวที่ไม่อยากเปลี่ยนเครื่องสามารถเลือกสายการบินทั้งสองนี้ได้ แต่เวลาเดินทางและค่าใช้จ่ายจะต่างกัน อย่างไรก็ดีแม้สายการบินไทยดูเหมือนจะมีราคาค่าตั๋วสูงกว่า แต่นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวได้เลยเมื่อเดินทางไปถึงเพราะการบินไทยไปถึงซูริคในตอนเช้า แต่สายการบินสวิสไปถึงซูริคตอนเย็นแต่หากรวมค่าโรงแรมและเวลาที่เสียไปแล้ว การเดินทางโดยเสียค่าตั๋วต่างกันอาจแทบไม่ต่างกันเลยก็ได้ หากนักท่องเที่ยวต้องการเลี่ยงค่าตั๋วเครื่องบินที่สูงก็สามารถนั่งเครื่องแบบต่อได้ ซึ่งมีให้เลือกมากมายก่ายกองแล้วแต่ความสะดวก และเวลาที่ต้องการ โดยทั่วไปการบินเข้าและออกจากประเทศในวันอังคารหรือพุธ ค่าตั๋วเครื่องบินมักจะต่ำกว่า แต่หากนักท่องเที่ยวเดินทางในช่วงพีคหรือเทศกาล หรือวันหยุดยาวของไทย อาทิ สงกรานต์ ปีใหม่ วันหยุดราชการยาวอื่นๆ อย่างไรเสียค่าตั๋วจะสูงแน่นอน แม้จะจองล่วงหน้านานหลายเดือน

หลังจากเตรียมการเรื่องวีซ่า และตั๋ว รวมทั้งแผนการเดินทางพร้อมทุกอย่างแล้ว หากนักท่องเที่ยวไม่ได้ไปกับทัวร์ และไม่ชอบขับรถเอง สิ่งที่นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องมีก็คือ ตั๋วรถไฟที่เรียกว่า Swiss pass ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบขึ้นกับจำนวนวันเดินทางโดยตั๋วรถไฟของสวิสนี้มีข้อดีเหมือนตั๋วรถไฟของชาติอื่นในยุโรปก็คือ ผู้ถือสามารถเข้ามิวเซียมได้ฟรี แม้ตั๋ว Swiss pass จะมีราคาค่อนข้างแพงและใช้เป็นเพียงแค่ส่วนลดสำหรับการขึ้นเขาเท่านั้น แต่การได้เข้ามิวเซียมฟรี ก็ถือว่าเป็นตั๋วที่มีข้อดีค่อนข้างมากแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวสายศิลปะ ทั้งนี้เพราะค่าเข้ามิวเซียมของสวิสค่อนข้างสูงโดยเฉพาะมิวเซียมที่เกี่ยวกับศิลปะ เมืองที่คนนิยมเที่ยวในสวิสนอกจากซูริคแล้วก็มี Interlaken, Lucerne, Thun, Lausanne, Bern, Zermatt โดยบางเมืองนักท่องเที่ยวมักเดินทางผ่านหรือไปนอนพักเพื่อขึ้นเขาต่างๆ อาทิ Jung Frau, Matterhorn เป็นต้น

Leave a comment