#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/724906

มูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ ฯ จัดการแสดงโขนรามเกียรติ์ เปิดโอกาสให้เยาวชนสัมผัสศิลปวัฒนธรรมบนเวที
วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
มูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดม่านการแสดงโขนหน้าพระที่นั่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี 2566 ในชุด “โมกขศักดิ์” โดยคณะโขนเยาวชนจากศูนย์ศิลปะการแสดง สถาบันคึกฤทธิ์ ซึ่งจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน 2566 รอบการแสดง รอบบ่ายเวลา 13.30 น. และรอบค่ำเวลา 18.00 น. (รอบเสด็จ) ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ
โขนรามเกียรติ์ตอน “โมกขศักดิ์” เป็นเรื่องราวของ กุมภกรรณ พญายักษ์ซึ่งเป็นอนุชาของทศกัณฐ์ กุมภกรรณ เป็นพญายักษ์ครองธรรม รักษาไว้ซึ่งสัจจะ ทศกัณฐ์เรียกกุมภกรรณมาปรึกษาเรื่องการศึก กุมภกรรณจึงจำใจรับอาสาออกทำสงคราม โดยจะนำหอกโมกขศักดิ์อันมีฤทธิ์ร้ายกาจออกทำศึก แต่ด้วยเหตุอาเพศที่ต้องเสียสัจสุจริตหอกนั้นกลับเป็นสนิมทั้งสี่คม กุมภกรรณต้องประกอบพิธีลับหอก ริมแม่น้ำใหญ่ โดยจัดสั่งให้ตั้งโรงพิธีพร้อมทั้งเครื่องบูชาตามตำรา และได้สั่งไพร่พลกวดขันดูแลมิให้สิ่งปฏิกูลใดๆ ผ่านเข้ามาเป็นอันขาด ทางฝ่ายพระราม พิเภกกราบทูลว่า สิ่งที่จะทำลายพิธีได้ คือ ให้หนุมานและองคตแปลงกายเป็นอีกาที่จิกกินซากหมาเน่า ลอยผ่านเข้าไปใกล้บริเวณพิธี เมื่อกุมภกรรณได้กลิ่นก็จะประกอบพิธีต่อมิได้ ถึงกุมภกรรณเสียพิธีแต่ก็ต้องยกทัพออกรบกับพระลักษมณ์ ในการรบครั้งนี้ พระลักษมณ์เป็นฝ่ายเสียทีถูกหอกโมกขศักดิ์ปักพระอุระจนสลบลงกองทัพของกุมภกรรณจึงกลับเข้ากรุงลงกาอย่างฮึกเหิม ฝ่ายพิเภกทูลพระรามว่าสรรพยาที่จะแก้ฤทธิ์หอกนี้ได้ คือ ต้นสังกรณีตรีชวาและน้ำปัญจมหานที แต่ที่สำคัญที่สุดคือถ้าแสงพระอาทิตย์สาดส่องเมื่อใดจะหมดโอกาสแก้ไขได้ หนุมานรับอาสาเหาะขึ้นไปบนฟากฟ้าเข้ายุดรถพระอาทิตย์ จนตนเองต้องพินาศเพราะอำนาจของแสงอาทิตย์ พระอาทิตย์เห็นเหตุการณ์ประหลาดครั้งนี้จึงชุบหนุมานขึ้นมาแล้วถามถึงสาเหตุ ในที่สุดพระอาทิตย์ก็ช่วยเหลือโดยชักรถหลบเข้าไปในกลีบเมฆหนุมานไปเก็บสรรพยา และน้ำปัญจมหานทีจากกรุงอโยธยามาถวาย จนพระลักษมณ์ฟื้นคืนสติ นำกองทัพกลับคืนสู่พลับพลา
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ ในพระราชูปถัมภ์ฯ กล่าวถึงการจัดแสดงโขนรามเกียรติ์ครั้งนี้ว่า
“การแสดงโขนรามเกียรติ์หน้าพระที่นั่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรามีการเตรียมความพร้อมในการฝึกซ้อมเยาวชนกว่า 300 ชีวิต ที่จะขึ้นบนเวทีในครั้งนี้ และในปีนี้ทางสถาบันคึกฤทธิ์ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานในทุกจุดของโขนรามเกียรติ์โดยที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะเด็กที่ฝึกรำ ฝึกเล่นโขน เพราะเราเชื่อว่าการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไม่จำเป็นแค่เรียนโขน หรือเล่นดนตรีไทย พวกเขาสามารถเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมผ่านการทำงานได้อีกหลายวิธี หลายรูปแบบ ซึ่งในรามเกียรติ์ ตอนโมกขศักดิ์ ของเราได้เด็กมัธยมมาเป็นทีมโซเชียล ทีมกราฟิกดีไซน์ ที่มาออกแบบ เสื้อ กระเป๋าของชำรวยที่ขายในงาน ซึ่งออกมามีสไตล์จนผมเองยังแปลกใจ ขอเพียงเราเปิดโอกาสให้พวกเข้าได้สัมผัสใกล้ชิดกับศิลปวัฒนธรรมของเรา เยาวชนเหล่านี้ก็จะเกิดความผูกพัน และ สืบต่อความสวยงามของศิลปะชาติด้วยตัวเขาเอง”
โดยการแสดง ทางสถาบันคึกฤทธิ์ ได้จัดทำฉากใหม่ เพื่อให้วิจิตรตระการตากับผู้เข้าชม โดยให้ อาจารย์ปาน สุธี ปิวรบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปกรรมในการออกแบบและสร้างฉากละคร สํานักการสังคีต กรมศิลปากร มาออกแบบฉากใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ผู้ชมได้อรรถรสให้การชมการแสดงโขนครั้งนี้ ประกอบกับฉากการยกขบวนกองทัพวานร และทัพอสูร ที่ออกแสดงบนเวทีพร้อมกัน จะสร้างปรากฏการณ์ความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก และนอกจากนั้นทางสถาบันคึกฤทธิ์ ยังมีการแสดงประกอบชุดอื่นๆ จากเยาวชนของสถาบันคึกฤทธิ์ อาทิ มโหรีบรรเลงเพลงโหมโรงสามัคคีชุมนุม เพลงถวายพระพร และรำถวายพระพร
โขน รามเกียรติ์ ชุด “โมกขศักดิ์” จะจัดขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน 2566 จำนวน 2 รอบ รอบบ่าย เวลา 13.30-15.30 น. และรอบค่ำ เวลา 18.00-21.00 น. (รอบเสด็จ) ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ


