#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/735832

บลูทรี ภูเก็ต ผลักดันแนวคิด ‘ESG’ สู่ ‘Entertainment Hub’ อย่างยั่งยืน
วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
ห้องน้ำแบบเปิดโล่ง ลดการใช้พลังงาน
ฉลองวันสิ่งแวดล้อมโลก บลูทรีภูเก็ต ศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจรพร้อมเป็นอีกหนึ่งองค์กรในการผลักดันแนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์กรได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การพัฒนา 3 แกนหลัก ประกอบด้วยด้าน Energy-การประหยัดและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงใช้พลังงานไฟฟ้าแทนพลังงานน้ำมัน, Water-เทคโนโลยีการจัดการน้ำ เพื่อลดการใช้ทรัพยากร และปลอดภัยจากสารเคมี และ Waste – การคัดแยก การแปรรูปขยะ ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง รวมถึงการกระจายความรู้สู่ชุมชนเกี่ยวกับมลพิษและการจัดการขยะพลาสติก
ปัจจุบันเราทุกคนกำลังเผชิญอยู่ในโลกที่เข้าขั้นวิกฤตรอบด้าน ทั้งภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็น 8 ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลกเท่าที่มีการบันทึก
ข้อมูลจาก รายงานสถานะภูมิอากาศโลก (The State of the Global Climate Report)ฉบับล่าสุด โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก(World Meteorological Organizationหรือ WMO) ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันที่21 เมษายน 2566 ส่งผลให้การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและอุณหภูมิมหาสมุทรแตะระดับสูงสุด เช่นเดียวกับระดับผลกระทบต่อผืนดิน แผ่นน้ำและชั้นบรรยากาศโลกที่เกิดจากก๊าซเรือนกระจก ทั้งภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ (Climate Emergency), ทรัพยากรเสี่ยงขาดแคลน (Loss of Nature) รวมถึงสังคมเกิดความเหลื่อมล้ำ (Social Inequality) ดังนั้น แนวคิด ESG เป็นนโยบายที่ทุกบริษัทให้ความสำคัญ และนำมาปรับใช้ในการพัฒนาธุรกิจเพื่อการเติบโตในระยะยาว
บลูทรี ภูเก็ต เป็นศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจร ภายใต้สโลแกน“Entertainment Hub, Thrill & Chill, Day & Night” ที่มีพื้นที่ประมาณ 140 ไร่ (226,624 ตร.ม.) ได้แก่ โซนที่เป็นไฮไลท์โดดเด่นอย่างบลูทรี ลากูนที่มีขนาดใหญ่กว่า 17,000 ตร.ม. และโซนที่เป็นพื้นที่สีเขียวประมาณ 180,000 ตร.ม. โดยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนโดยนำแนวคิดเกี่ยวกับ ESG ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ด้าน Environmental (สิ่งแวดล้อม) Social(สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล)เข้ามาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความยั่งยืนอย่างถาวร
-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B-%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%95.jpg)
โยฮัน วาเลียน
นายโยฮัน วาเลียน ผู้จัดการทั่วไป บลูทรี ภูเก็ต กล่าวว่า “บลูทรีเราตระหนักในเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมมาเป็นอันดับแรก ตั้งแต่การวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งเรื่องการใช้พลังงานทดแทน, การใช้เทคโนโลยีจัดการน้ำ, การแยกขยะและลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง การจัดสรรทรัพยากรภายใน รวมถึงการให้ความรู้สู่พนักงานและชุมชนรอบข้างให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน โดยนำหลักแนวคิด ESG มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับองค์กร เพื่อตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์คด้านความบันเทิงแห่งใหม่ในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้ 3 แกนหลักๆ ในการพัฒนาความยั่งยืน ได้แก่ Energy – การประหยัดและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงใช้พลังงานไฟฟ้าแทนพลังงานน้ำมัน, Water – เทคโนโลยีการจัดการน้ำ เพื่อลดการใช้ทรัพยากร และปลอดภัยจากสารเคมี”และ Waste – การคัดแยก การแปรรูปขยะ ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งรวมถึงการกระจายความรู้สู่ชุมชนเกี่ยวกับมลพิษและการจัดการขยะพลาสติก
Energy – การประหยัดและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงใช้พลังงานไฟฟ้าแทนพลังงานน้ำมัน มีการรณรงค์ภายในองค์กรเพื่อการประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ได้มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ขนาด 185 กิโลวัตต์บนหลังคาตึกในโซน Lifestyle Village โดยคิดเป็น 8.5% ของการใช้พลังงานทั้งหมด และมีแผนจะติดตั้งเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ยัง มีการใช้รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (EV) สำหรับรับ-ส่งลูกค้า และใช้รถบัคกี้ไฟฟ้าสำหรับหน่วยงานภายใน เพื่อลดมลภาวะทางควันและลดการใช้พลังงานน้ำมัน และมีแผนติดตั้งจุดชาร์จรถไฟฟ้าที่ลานจอดรถของ Lifestyle Village ภายในปี 2566 นี้
.jpg)
รถถีบสามล้อไฟฟ้า
Water – เทคโนโลยีการจัดการน้ำ เพื่อลดการใช้ทรัพยากร และปลอดภัยจากสารเคมี อีกหนึ่งจุดเด่นของบลูทรี ภูเก็ต คือโซน บลูทรีลากูน ที่มีขนาดขนาดใหญ่กว่า 17,000ตร.ม. จึงมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้ อาทิ หุ่นยนต์ช่วยทำความสะอาดใต้น้ำ ซึ่งเป็นไปตามหลักความยั่งยืน เพราะเป็นการลดทรัพยากรคนและยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมีระบบบำบัดน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้ใช้สารเคมีน้อยกว่าสระแบบปกติถึง 100 เท่า ตลอดจนระบบกรองที่ประหยัดพลังงานกว่า 98% เมื่อเทียบกับระบบปกติ (Crystal Lagoon Technology) ทั้งนี้ในส่วนของการเลือกใช้อุปกรณ์แบบประหยัดน้ำบลูทรี ยังมีการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์สำหรับฝักบัวและอ่างล้างมือในบริเวณที่ให้บริการ รวมไปถึงการขุดสระเพื่อกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้สำหรับรดน้ำต้นไม้ในบริเวณพื้นที่สีเขียวทั้งหมดอีกด้วย
.jpg)
Recycle ฝาขวดน้ำ
Waste – การคัดแยก การแปรรูปขยะ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง มีนโยบายที่จริงจังเกี่ยวกับการแยกขยะ โดยจัดให้มีการแยกขยะในพื้นที่สาธารณะแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ขยะรีไซเคิล และขยะทั่วไป ซึ่งขยะรีไซเคิลที่เก็บได้จะนำไปขายและนำรายได้คืนกลับให้พนักงานในทุกๆ ปี รวมทั้งยังมีการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับใส่อาหารแบบที่ย่อยสลายได้ อาทิ กล่องอาหารและหลอดจากชานอ้อย ช้อนส้อมไม้ ทั้งนี้พื้นที่ห้องอาหารภายในบลูทรี ยังรณรงค์ให้งดใช้ขวดน้ำพลาสติก และในส่วนของเศษอาหารก็จะส่งต่อให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหารต่อไป ซึ่งในอนาคตมีแผนจะแบ่งเศษอาหารไว้สำหรับทำปุ๋ยเองด้วย รวมทั้งสนับสนุนการสร้างเรือพลาสติกร่วมกับองค์กร Oceans For All เพื่อเก็บขยะในท้องทะเลรอบๆ พื้นที่เกาะภูเก็ตด้วย
“นอกจากนี้ บลูทรี ยังให้ความสำคัญกับองค์ประกอบด้านการใช้วัสดุธรรมชาติ โดยมีการใช้ไม้ไผ่เป็นส่วนประกอบหลักในการตกแต่งพื้นที่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาคารต่างๆ เก้าอี้ชายหาด หรือจุดพักผ่อนต่างๆ ก็ล้วนมีไม้ไผ่เป็นส่วนประกอบ อีกทั้ง การออกแบบยังเน้นการเปิดโล่งเพื่อเพิ่มช่องลมให้อากาศถ่ายเทได้ดีทำให้สามารถประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ดีอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนให้ชาวบ้านมีรายได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจากบริเวณภูเก็ต-พังงา-กระบี่มีการปลูกไม้ไผ่ รวมไปถึงอีกหนึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกวันเสาร์อย่าง “Wansao Picnic In The Park” ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสในการเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านเข้ามาเปิดร้านขายของ พร้อมเปิดโลกและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ความสามารถกันในงานนี้ได้ ตอกย้ำแนวคิด ESG ในด้านการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน” นายโยฮัน กล่าวทิ้งท้าย