คุยกัน 7 วันหน : สำรวจความปลอดภัย ‘ระบบรางในอินเดีย’ หลังอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 20 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736458

คุยกัน 7 วันหน : สำรวจความปลอดภัย ‘ระบบรางในอินเดีย’  หลังอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 20 ปี

คุยกัน 7 วันหน : สำรวจความปลอดภัย ‘ระบบรางในอินเดีย’ หลังอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 20 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.15 น.

รถไฟในเมืองบาลาซอร์ รัฐโอริสสา ทางตะวันออกของอินเดีย กลับมาวิ่งให้บริการอีกครั้งเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ต้องหยุดวิ่งชั่วคราวเนื่องจากอุบัติเหตุรถไฟชนกันครั้งใหญ่เมื่อวันศุกร์ที่ 2 มิ.ย.ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 275 ศพและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเกือบ 1,200 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายฟื้นฟูสภาพก็เร่งจัดการกับซากปรักหักพังบริเวณจุดเกิดเหตุ รวมถึงซ่อมแซมรางรถไฟจนทำให้ทั้งหมดเกือบจะกลับสู่ภาวะปกติแล้ว

ในส่วนของการสืบสวนหาสาเหตุ เบื้องต้นมีการคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดจากความผิดพลาดในระบบส่งสัญญาณการสับเปลี่ยนรางโดยช่วงค่ำวันที่ 2 มิ.ย. ขณะที่รถไฟสายด่วน โคโรแมนเดล เอ็กซ์เพรสกำลังมุ่งหน้าไปทางใต้ ปลายทางเชนไนตรงข้ามรถไฟสายด่วน ฮาวราห์ซูเปอร์ฟาสต์ มุ่งหน้าไปทางเหนือมีผู้โดยสารรวมมากกว่า 2,000 คน ขณะที่รถขนส่งสินค้าจอดอยู่ที่ทางรถไฟ Loop line แต่ความผิดพลาดจากสัญญาณสับราง ทำให้รถไฟโคโรแมนเดล เอ็กซ์เพรส พุ่งชนรถไฟขนส่งสินค้าที่จอดอยู่บน Loop line ตกราง และชนกับ ฮาวราห์ ซูเปอร์ฟาสต์ ที่มุ่งหน้าทิศตรงกันข้าม นำไปสู่เหตุโศกนาฏกรรมรถไฟชนกันที่ก่อให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 20 ปี ขณะที่รัฐมนตรีการรถไฟอินเดีย ระบุว่า สามารถระบุสาเหตุและบุคคลที่เกี่ยวข้องได้แล้วแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดจนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด

อุบัติเหตุทางรางของอินเดียครั้งล่าสุดนี้มีขึ้น ในขณะที่รัฐบาลพยายามโปรโมทให้การเดินทางด้วยรถไฟ เป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจและเป็นไปอย่างปลอดภัย แต่อุบัติเหตุทางรางของอินเดีย ก็นับเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง โดยเมื่อปี 1999 เกิดเหตุรถไฟสองขบวนชนกันในเบลกอลตะวันตก มีผู้เสียชีวิต285 ศพ และในปี 2010 ในรัฐเดียวกัน ก็เกิดเหตุรถไฟโดยสารตกราง และชนเข้ากับรถไฟบรรทุกสินค้า คร่า 145 ชีวิต ถัดมาในปี 2016 รถไฟโดยสารที่วิ่งจากเมืองอินดอร์ ไปยังเมืองปัตนาตกราง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 160 ศพ

เฉพาะระหว่างปี 2017-2021 มีการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางรถไฟไม่ต่ำกว่า 100,0000 ศพ โดยตั้งแต่อดีต มีรัฐมนตรีการรถไฟอินเดียเพียง 2 คน
เท่านั้นที่ออกมาประกาศลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบหลังเกิดเหตุรถไฟชนกัน

หลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี พยายามที่จะกระตุ้นให้ปรับปรุง และยกระดับระบบราง ด้วยการผลักดันรถไฟอัตโนมัติความเร็วสูง (high-speed) ในเครือข่ายทางรางที่ใหญ่และพลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งแผนการดังกล่าวรวมถึงการจะใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับระบบรางทั้ง 100% ภายในปี 2024และทำให้เครือข่ายระบบรางเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซีเมนส์ บริษัทวิศวกรรมรายใหญ่ของเยอรมนีได้รับคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ กับการสร้างรถไฟไฟฟ้า 1,200 ตู้ พร้อมด้วยการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นให้ช่วยวางระบบเทคโนโลยี และระบบการเงิน ในการสร้างรถไฟหัวกระสุนขบวนแรก ด้วยความยาว 508 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างมุมไบ-อาห์เมดาบัด

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวโทษว่า โครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟ ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางรถไฟอยู่บ่อยครั้งในอินเดีย ท่ามกลางคำถามว่า งบประมาณในการปรับปรุงและทำนุบำรุงระบบรางไปอยู่ที่ไหนหมด?

โครงข่ายรถไฟอินเดีย ถือเป็นหนึ่งในโครงข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นมากว่า 160 ปี ตั้งแต่อินเดียตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ปัจจุบันมีขบวนรถไฟวิ่งราว 11,000 ขบวน มีพนักงานราว 1.3-1.4 ล้านคนแต่ละวันต้องรองรับผู้โดยสารราว 23 ล้านคน และขนส่งสินค้าราว3 ล้านตัน โดยมีรถไฟกว่า 21,000 ขบวน วิ่งอยู่บนเครือข่ายทั่วประเทศ คิดเป็นระยะทางราว 68,000 กิโลเมตร

จากการเก็บสถิติที่ผ่านมาพบว่า อุบัติเหตุทางรางราว 75% เกิดจากรถไฟตกราง ที่นำมาสู่การเกิดอุบัติเหตุใหญ่ตามมา โดยมีสาเหตุจากอุปกรณ์ส่งสัญญาณรุ่นเก่า ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้รับการดูแลที่ดี รางรถไฟเก่าเสียหาย และความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่

ขณะเดียวกัน รถไฟในอินเดียส่วนใหญ่ ยังไม่มีระบบป้องกันการชนแม้ในปัจจุบัน อินเดียมีระบบป้องกันการชน หรือ anti-train collision system ที่ชื่อว่า Kavach ที่จะทำให้รถไฟเบรกได้โดยอัตโนมัติ แต่ตอนนี้มีใช้เพียง 2% ในระบบรางทั่วประเทศ ระบบ Kavach ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ควบคุมรถไฟ สามารถหลีกเลี่ยงการให้สัญญาณผ่านทาง และการใช้ความเร็วสูงเกินกำหนด อีกทั้งยังช่วยระหว่างสภาพอากาศย่ำแย่ เช่น หมอกลงหนาจัด ด้วยการทำให้รถไฟเบรกได้โดยอัตโนมัติหากจำเป็น ซึ่งจะช่วยให้ควบคุมความเร็วของรถไฟได้ดีขึ้น

แต่ด้วยมูลค่ามหาศาลของระบบ Kavach ที่จะมีมูลค่าสูงกว่า1 ล้านล้านรูปี หรือกว่า 4.2 แสนล้านบาทหากติดตั้งทั่วทั้งประเทศ จึงทำให้ระบบดังกล่าว ยังคงถูกใช้งานเป็นวงแคบเท่านั้น นี่จึงนับเป็นงานหิน ในการยกระดับระบบรางกว่า 65,000 กิโลเมตรทั่วประเทศอินเดีย

แต่หลายฝ่ายยังเชื่อว่าอุบัติเหตุร้ายแรงที่รัฐโอริสสาครั้งนี้ จะจุดประกายให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนและยกระดับการเดินทางทางรถไฟ ที่เป็นเสมือนหัวใจของชาวอินเดียได้โดยเร็ว

โดย ดาโน โทนาลี

Leave a comment