คุยกัน 7 วันหน : จับตากระแส MeToo กดดันญี่ปุ่นยกเครื่องกฎหมายอาชญากรรมทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737929

คุยกัน 7 วันหน : จับตากระแส MeToo  กดดันญี่ปุ่นยกเครื่องกฎหมายอาชญากรรมทางเพศ

คุยกัน 7 วันหน : จับตากระแส MeToo กดดันญี่ปุ่นยกเครื่องกฎหมายอาชญากรรมทางเพศ

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.13 น.

สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่เมื่อวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเพิ่มอายุความยินยอม (Age of Consent) หรืออายุที่ยอมให้ร่วมประเวณีได้
จากเดิม 13 ปี เป็น 16 ปี ถือเป็นการปฏิรูปกฎหมายอาชญากรรมทางเพศครั้งสำคัญของประเทศนี่เป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นเปลี่ยนอายุความยินยอม นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ในปี 1907 หลังจากก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่มีอายุความยินยอมน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม บุคคลที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้เยาว์ที่มีอายุระหว่าง 13 ถึง15 ปี จะถูกลงโทษก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นมีอายุมากกว่าผู้เยาว์ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปเท่านั้น

นอกจากนี้ กฎหมายฉบับแก้ไขใหม่ ยังยืดระยะเวลาอายุความ หรือขยายกรอบเวลาทางกฎหมาย ในการแจ้งความว่าถูกข่มขืนจากเดิม 10 ปี เป็น 15 ปี เพื่อให้ผู้เสียหายมีเวลาดำเนินการมากขึ้น โดยคดีข่มขืนที่สามารถฟ้องร้องได้ รวมถึงคดีที่เหยื่อถูกข่มขืนเพราะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์ ยาเสพติด หรือถูกทำให้หวาดกลัว หรือคดีที่ผู้ก่อเหตุข่มขืนฉวยโอกาสจากสถานะทางสังคม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ยังรวมถึงการห้ามการแอบถ่าย (photo voyeurism) เช่น การถ่ายใต้กระโปรง และการแอบถ่ายกิจกรรมทางเพศ

ญี่ปุ่นแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับความผิดทางเพศครั้งล่าสุดในปี 2017 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกในรอบกว่าศตวรรษ แต่นักเคลื่อนไหวกล่าวว่า
การปฏิรูปดังกล่าวยังไม่เพียงพออีกทั้งในปี 2019 ยังมีการตัดสินคดีข่มขืนหลายครั้งที่ผู้ก่อเหตุพ้นผิด สร้างความไม่พอใจเป็นวงกว้าง ทำให้เกิดการรณรงค์ต่อต้านทั่วประเทศที่เรียกว่า Flower Demo ในวันที่ 11 ของทุกเดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2019 เป็นต้นมา โดยนักเคลื่อนไหวได้รวมตัวกันทั่วประเทศเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้รอดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เรียกว่าเป็นการเลี้ยงกระแส #Metoo ในแบบญี่ปุ่นจนประสบความสำเร็จเลยก็ว่าได้

ที่ผ่านมา การดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุข่มขืนภายใต้กฎหมายฉบับเก่าของญี่ป่นมีความยากลำบาก เนื่องจากต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเหยื่อนั้นไร้ความสามารถขัดขืนจริง ซึ่งข้อกำหนดนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการกล่าวโทษผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเพราะไม่ต่อต้านเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวบางคนมองว่า การปฏิรูปกฎหมายครั้งนี้ เป็นการแก้ปัญหาเพียงส่วนเดียว คาซูโกะ อิโตะ รองประธาน Human Rights Now ซึ่งมีสำนักงานในกรุงโตเกียวกล่าวว่า “ความคิดที่ผิดเพี้ยน” เกี่ยวกับเรื่องเพศและความยินยอมที่แพร่หลายมาหลายชั่วอายุคนต้องได้รับการแก้ไข แม้ว่าการปฏิรูปจะมีผลบังคับใช้ แต่ผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายนี้ ควรต้องรู้สึกว่าได้รับอำนาจในแจ้งความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขา

สื่อในญี่ปุ่นรายงานว่า ผู้ที่รอดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศที่เป็นข่าวเผยแพร่สู่สาธารณะในญี่ปุ่น มักได้รับคำขู่และได้รับความคิดเห็นที่น่ารังเกียจทางสื่อสังคมออนไลน์ ส่งผลให้ผู้เคยผ่านประสบการณ์จากความรุนแรงทางเพศ มักลังเลที่จะออกมาเผชิญหน้าเพราะความอัปยศและความอับอาย ผลสำรวจของรัฐบาลในปี 2021 พบว่ามีผู้หญิงและผู้ชายเพียงร้อยละ 6 เท่านั้นที่รายงานว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ ครึ่งหนึ่งของผู้หญิงที่ตอบแบบสำรวจรู้สึกว่าพวกเธอไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เนื่องจาก “ความอับอาย”

ขณะที่ ซากุระ คามิทานิ ทนายความและผู้สนับสนุนด้านสิทธิ ระบุว่าญี่ปุ่นควรให้ความช่วยเหลือทางการเงินและจิตใจมากขึ้น สำหรับผู้ที่รอดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และแม้แต่ผู้ก่อเหตุก็ควรได้รับการดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้กระทำผิดซ้ำอีก

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น ระบุว่า จำนวนคดีการกระทำความผิดทางเพศร้ายแรงในญี่ปุ่นในปี 2022 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2021 โดยคดีที่เกี่ยวกับการข่มขืนเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.3 เป็น 1,656 คดี เช่นเดียวกับคดีกระทำรุนแรงทางเพศที่เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงและการข่มขู่เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.9 เป็น 4,708 คดี ส่วนคดีข่มขืนและทำร้ายร่างกายที่เกี่ยวกับการกระทำทางเพศเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า จำนวนคดีที่เพิ่มมากขึ้นเป็นผลมาจากที่ประชาชนได้รับทราบและมีความเข้าใจมากขึ้นว่าการกระทำแบบใดถือเป็นอาชญากรรมทางเพศ และความก้าวหน้าของระบบทันสมัยที่ใช้รับรายงานและให้คำปรึกษาในดดีประเภทนี้

ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดตั้งศูนย์สนับสนุนขึ้นในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมและความรุนแรงทางเพศเพื่อให้ความช่วยเหลือ เช่นช่วยในการเข้ารับการตรวจและปรึกษากับสูตินรีแพทย์ และแพทย์ผู้ชำนาญโรคสตรี หรือ นรีเวชศาสตร์ และการแจ้งความกับตำรวจและหารือทนายความ

ซึ่งเมื่อมีการยกเครื่องกฎหมายอาชญากรรมทางเพศครั้งใหม่นี้ ก็น่าจะช่วยคลี่คลายปัญหาเกี่ยวกับคดีความรุนแรงทางเพศในประเทศลงได้ไม่มากก็น้อย

โดย ดาโน โทนาลี

Leave a comment