#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/740975

ตะลอนเที่ยว : แม่เจ้าพระยาและลำคลอง เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิต
วันอาทิตย์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 07.05 น.
สืบเนื่องมาจากการพาคุณผู้อ่านแนวหน้าไปล่องเจ้าพระยา และคลองบาง (ข้า) หลวงคลองบางกอกใหญ่ เมื่อประมาณ 10 วันที่ผ่านมาทำให้มีเสียงเรียกร้องจากคุณผู้อ่านแนวหน้าว่า เมื่อไรจะพาไปเที่ยวทำนองนี้อีก
ก็ขออนุญาตตอบให้ทราบ ณ ตรงนี้ว่า เราจะไปเที่ยวกันอีกในเร็วๆ นี้ คาดว่าภายในเดือนกรกฎาคม ซึ่งก็น่าจะประมาณช่วงกลางเดือน อาจจะวันที่ 15 หรือ 16 กรกฎาคม โดยเน้นการเที่ยวชุมชนของชาวริมคลอง แล้วแวะไหว้พระในวัดสำคัญๆ บางแห่งที่อยู่ริมคลอง จริงๆ ต้องบอกว่าไหว้พระและไหว้เจ้า รวมถึงไหว้พระผู้เป็นเจ้าด้วย เพราะเส้นทางที่พาคุณๆ ไปเที่ยวนั้นมีทั้งวัดของศาสนาพุทธ ศาลเจ้าของจีน โบสถ์คริสต์ และมัสยิด แล้วยังพาคุณไปชมความวิจิตรตระการตาของเรือพระที่นั่งในพระราชพิธีพยุหยาตราชลมารค ซึ่งเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานเรือพระราชพิธี ปากคลองบางกอกน้อย
การท่องเที่ยวทางน้ำในเขตกรุงเทพฯโดยล่องเรือไปในลำน้ำแม่เจ้าพระยา แล้วลัดเลาะเข้าไปในคลองบางกอกใหญ่ คลองบาง (ข้า) หลวงและคลองบางกอกน้อย นับว่ามีมนต์เสน่ห์อย่างมาก เพราะทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนคนริมคลอง และได้เห็นวัดวาอารามต่างๆ ได้เห็นว่าผู้คนในชุมชนนั้นประกอบด้วยพี่น้อง เครือญาติ ทั้งชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์ ได้เห็นถึงเส้นทางการคมนาคมที่อาศัยสายน้ำในลำคลอง และแม่น้ำเป็นเส้นทางสัญจร ทั้งเพื่อการค้า การทำธุรกิจ และการติดต่อคมนาคม การขนส่งสินค้า การทำประมง และการใช้น้ำเพื่อการเกษตร
กล่าวได้ว่าสายน้ำใหญ่น้อย ทั้งแม่เจ้าพระยาและลำคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของสรรพชีวิต และของเมือง เป็นสิ่งที่ผูกพันรัดร้อยเกี่ยวกระหวัดให้ผู้คนมีความพันผูกกับสายนทีอย่างยากที่จะแยกขาดจากกันได้อย่างสิ้นเชิง นอกจากสายน้ำจะเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนที่อยู่ริมคลอง ริมแม่น้ำแล้ว สายน้ำยังเกี่ยวพันกับการก่อเกิดขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชนอีกด้วย

หากเราจะเอ่ยอ้างถึงประโยคโบร่ำโบราณที่ว่า เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง เดือนสิบสองน้ำทรง เดือนอ้ายน้ำไหลรี่ เดือนยี่น้ำไหลลง นี่เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าชีวิตของมนุษย์ที่อยู่ริมลำน้ำนั้นมีความสัมพันธ์กับสายน้ำและธรรมชาติอย่างแนบแน่น หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นวิถีชีวิตของคนริมน้ำ หรือชาวบ้านที่อาศัยริมแม่น้ำลำคลอง คนโบราณสามารถอยู่กับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน ไม่ต้องพยายามหาทางเอาชนะธรรมชาติ เพราะรู้ดีว่าไม่มีวันเอาชนะได้ ซึ่งผิดกับคนยุคปัจจุบันที่พยายามจะควบคุมธรรมชาติให้จงได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ มิหนำซ้ำยังถูกธรรมชาติลงโทษเป็นประจำ
ทริปที่แล้วนั้น Mr.Flower พาสมาชิกไปเที่ยววัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร(วัดประจำรัชกาลที่ 3) วัดนางนอง (วัดที่รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างเพื่ออุทิศถวายแด่พระมารดา เจ้าจอมมารดาเรียม)วัดอัปสรสวรรค์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหารวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร แล้วไปเที่ยวโบสถ์คริสต์ซางตาครู้ส (โบสถ์แห่งนี้ก่อสร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) แล้วเดินลัดเลาะเที่ยวย่านกุฎีจีน หาซื้อขนมฝรั่งกุฎีจีนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย แล้วก็แวะศาลเจ้าเกียนอันเกง (อันที่จริงมีศาลเจ้าตั้งอยู่ริมน้ำในลำคลองบางกอกใหญ่ และแม่เจ้าพระยามากมาย แต่ไม่ได้แวะทุกศาลเจ้าเนื่องจากเวลาไม่เอื้ออำนวย
เราเดินเที่ยววัดและชุมชนต่างๆ จนหนำใจ แต่แล้วก็ถึงช่วงเวลาน้ำลง ทำให้เรือไม่สามารถเข้าไปในคลองบางกอกน้อยได้ จึงทำให้ต้องตัดโปรแกรมพาเที่ยวพิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธีออกไป ทำให้หลายคนเสียดายมากที่ไม่ได้เข้าไปชมความงามของเรือพระที่นั่งต่างๆ ที่เก็บรักษาอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนบอกว่าจะต้องกลับไปชมความวิจิตรของเรือพระที่นั่งให้ได้ พร้อมกับขอให้ Mr.Flower พาไปเที่ยวชมบ้านเรือนในคลองบางกอกน้อย เพราะในคลองบางกอกน้อยก็มีวัดวาอารามสำคัญๆ อีกมากมาย อาทิวัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร วัดศรีสุดาราม (วัดชีปะขาว) วัดสุวรรณคีรี (วัดขี้เหล็ก)เป็นต้น
สำหรับคุณๆ ที่สนใจร่วมทริปท่องเที่ยวชมวัด วัง บ้านเรือน ตลาด ชุมชนริมแม่น้ำและลำคลองกับ Mr.Flower โปรดติดต่อ 091-7233615 ขอเรียนว่าทริปของเรารับสมาชิกจำนวนจำกัด (30-35 คนเท่านั้น) เหตุผลที่รับสมาชิกไม่มากเป็นร้อยๆ คน เพราะต้องการให้สมาชิกได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างกลุ่มมิตรภาพกลุ่มใหม่ขึ้นมา










