เกษตรกรชาวกันตัง ขานรับ นโยบายการเลี้ยงปูหน้าขาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742064

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ่อกุ้งร้าง เนื้อที่ 3 ไร่ หมู่ที่ 4 ต.วังวน อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ่อกุ้งของ นายวรุฒม์ ธนากรเจริญ อายุ 52 ปี ได้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการตัดสินใจปรับเปลี่ยนบ่อที่เคยเลี้ยงกุ้งกุลาดำ แต่ประสบปัญหาขาดทุน หันมาเลี้ยงปูหน้าขาวหรือปูทองหลางเป็นปีแรก ตามโครงการพัฒนาต้นแบบการเลี้ยงปูทะเลในบ่อกุ้งของกรมประมง เนื่องจากปูหน้าขาวเป็นปูทะเลที่โตเร็ว ได้น้ำหนักและราคาดีกว่าปูดำและปูม้า เนื้อปูแน่น ก้ามโต ตัวใหญ่ รสชาติหวานมันกว่าเนื้อปูทะเลชนิดอื่น

ซึ่งตลาดยังมีความต้องการสูง แต่เกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจจึงปล่อยบ่อกุ้งให้เป็นบ่อร้างมานานหลายปีจนกระทั่งสำนักงานประมงจังหวัดได้จัดทำโครงการนำร่อง ชักชวนเกษตรกรใน จ.ตรัง เข้าร่วมโครงการจำนวน 5 ราย บนเนื้อที่บ่อละ 3 ไร่ ซึ่งแต่ละบ่อจะปล่อยลูกปูครั้งแรกเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จำนวน 3,000 ตัว ปรากฏว่า 3 เดือนผ่านไป พบว่าปูหน้าขาวตัวผู้มีน้ำหนักตัวละ 5-6 ขีด ส่วนตัวเมียมีน้ำหนักตัวละ 3-4 ขีด มีเนื้อแน่น ก้ามใหญ่ และมีลูกค้าสนใจสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก แต่เกษตรกรยังไม่ขายเพราะต้องการทำน้ำหนักให้ได้ตัวละ 8 ขีดถึง 1 กิโล ซึ่งต้องใช้เวลาเลี้ยงอีกประมาณ 45 วัน จึงจับขายได้ในราคากิโลกรัมละ 350-500 บาทหรือตัวละ 500 บาท หากเป็นตัวผู้

ในช่วง 2 เดือนแรก จะให้เนื้อปลาสดเป็นอาหารวันละ 2 เวลา เช้า-เย็นพอย่างเข้าเดือนที่ 3 ให้อาหารวันละ1 ครั้ง ครั้งละ 30 กิโลกรัม ไม่ต้องตีน้ำให้ออกซิเจน ไม่ต้องวัดค่าความเค็มของน้ำ ซึ่งน้ำกร่อยก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี ต้นทุนต่ำกว่าการเลี้ยงกุ้งกุลาดำมากลดความเสี่ยงและการลงทุนลงไปได้มาก นับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ใน จ.ตรัง ซึ่งศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงชายฝั่งตรัง สามารถเพาะขยายพันธุ์ลูกปูหน้าขาว เพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรได้แล้วในราคาตัวละ 3 บาท โดยหลังประสบความสำเร็จได้มีเกษตรกรจากหลายอำเภอ เดินทางมาศึกษาดูงานกันเป็นจำนวนมาก ส่วนตลาดรับซื้อก็เปิดกว้างรอวันที่เกษตรกรจับขายจนแทบจะแย่งกันมาซื้อถึงบ่อ สามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนู

Leave a comment