#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/752391

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ปฏิบัติการพิชิตจันทร์(The Moon)
วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
หลังจากที่ผลิตหนังไทยออกมาสู่ตลาดหลายเรื่อง เนรมิตรหนังฟิล์มก็เริ่มขยับขยายตลาด ด้วยการซื้อหนังต่างประเทศเข้ามาฉายในบ้านเรา ปฏิบัติการพิชิตจันทร์ (The Moon) หนังเกาหลีฟอร์มยักษ์ประจำปี ถูกเลือกมาประเดิมเปิดตัวเป็นเรื่องแรกหลังจากที่เจอหนังที่นักบินอวกาศมีเหตุให้ต้องถูกทิ้งติดอยู่บนดวงจันทร์ ต้องหาทางกลับโลกมาหลายเรื่องหลายชาติ ครั้งนี้ก็มาถึงคราวของนักบินอวกาศเกาหลีกันบ้าง
ปฏิบัติการพิชิตจันทร์ (The Moon) มาตามสูตรสำเร็จของหนังประเภทตัวคนเดียวในสถานการณ์คับขัน ต้องหาทางเอาตัวรอด หนังไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่ หรือฉีกออกไปจากเรื่องอื่นๆ เพียงแค่ตามดูว่าตัวเอกจะเอาตัวรอดกลับมาโลกได้อย่างไร ระหว่างทางจะเจออะไรบ้างสุดท้ายแล้วหนังจะเลือกจบอย่างไร จะมีหักมุมหรือไม่ จะจบแบบทำร้ายจิตใจหรือให้คนดูเดินออกจากโรงแบบมีความสุข มีรอยยิ้ม
ผู้กำกับ คิมยงฮวา ทำ The Moon ออกมาดูดี สนุก ดูได้เรื่อยๆใส่รายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ที่ดูจริงจัง ไม่ยากเกินกว่าที่คนดูจะรับรู้หรือสัมผัสได้ แม้จะพูดถึงศัพท์แสงวิชาการ เราก็ฟังแบบผ่านๆ มุ่งความสนใจไปที่ตัวละครมากกว่า
ตัวหนังทิ้งปมตัวละครไว้ตั้งแต่ต้นเรื่อง ก่อนจะค่อยๆ เผยปมความขัดแย้งการคลี่คลายปมของตัวละครหลักไปพร้อมๆ กับการช่วยชีวิต ต้องชมงานด้านภาพในห้วงอวกาศที่ดูสมจริง ทั้งบนดวงจันทร์ ฝนดาวตก พายุสุริยะที่ดึงให้เหมือนเราออกไปท่องอวกาศ หลายตอนในเรื่องชวนให้นึกถึงสมัยเด็กๆ ที่เข้าไปดูหนังสารคดีทางดาราศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
หนังชูเกาหลีแบบเน้นๆ ชัดๆ โดยให้คนในนาซา กลายเป็นคนใจร้ายกึ่งๆ จะเป็นตัวร้ายกลายๆ (ตัวหนังเน้นๆ ไปที่ทำเนียบขาวที่เดียว ไม่โยงไปที่มหาอำนาจทางอวกาศอย่างจีนหรือรัสเซีย) นอกจากนี้ ยังสะท้อนเรื่องของการเมือง การสร้างภาพ นักการเมืองการแบ่งเชื้อชาติ รวมไปถึงการพูดถึงอิทธิพลของโลกโซเชียลที่ในหนังเน้นๆ ไปที่ YouTube
โดคยองซู หรือ ดี.โอ. จาก EXO มาพร้อมความใส บทเด่น แบกหนังทั้งเรื่องเอาไว้ กับบท ฮวังซอนอู เล่นดีมีพลังทำให้คนดูรู้สึกลุ้นเอาใจช่วย เพียงแต่..ดูยังไงๆ ก็ไม่รู้สึกว่าเป็นหน่วยซิลมาก่อน แต่ในส่วนของความเป็นนักอวกาศใช่เลย แม้จะดูหน้าเด็กไปสักนิด
ซอลคยองกู รับบท ดร.คิมแจกุก อดีตหัวหน้าศูนย์อวกาศ มาพร้อมกับปมที่มีอยู่ในใจ ดูมีออร่าความเก่ง มีความเป็นหัวหน้า ออกแนวกบฏขัดกับกฎเกณฑ์ต่างๆ เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดี
คิมฮีแอ มาพร้อมกับมาดเท่กับบท มุนยองอึน สาวชาวเกาหลีหัวหน้าสถานีอวกาศของนาซา ที่ต้องเลือกระหว่างความก้าวหน้าในการงานกับการช่วยนักบินอวกาศหนุ่มร่วมชาติ บทเหมือนไม่มีอะไรแต่ต้องใช้พลังเยอะกับการแสดงออกทางสีหน้าท่าทาง
ฮงซึงฮี มารับบทผู้ช่วยสาวของ ดร.คิมแจกุก ที่มาพร้อมกับความสดใส น่ารัก เป็นตัวเสริมที่ช่วยผ่อนคลาย สร้างรอยยิ้มได้ทุกๆ ตอน
หรือ เจ้ามูจา โดรนประจำยานที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นตัวละครตัวหนึ่ง ทุกตอนที่ปฏิบัติการทำให้หนังดูสนุกขึ้น
ส่วนนักแสดงสมทบคนอื่น ทางฝั่งเกาหลี ทั้ง ผอ.สถานีคนปัจจุบันรัฐมนตรีที่มาสังเกตการณ์ รวมไปถึงคนเล็กๆ น้อยๆ อย่างสองนักบินอวกาศร่วมทริป เมียที่กำลังท้อง เด็กน้อยที่รอเห็นพ่ออยู่บนดวงจันทร์ ก็ดูดีในขณะที่ฝั่งนาซา ฝรั่งดูเล่นเยอะ ดูแข็ง ยังดีที่นักบินอวกาศนานาชาติที่มาช่วงท้ายเรื่องดูเป็นธรรมชาติดูได้เรื่อยๆ เพลินๆ ตื่นตาตื่นใจไปกับภาพบนดวงจันทร์ การแสดงที่จริงจังของนักแสดง แม้จะไม่มีอะไรแปลกใหม่แต่ก็โอเคนะ 8/10 คะแนน