ตะลอนเที่ยว : ไหว้พระ ไหว้เจ้า ที่เมืองแปดริ้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757015

ตะลอนเที่ยว : ไหว้พระ ไหว้เจ้า ที่เมืองแปดริ้ว

ตะลอนเที่ยว : ไหว้พระ ไหว้เจ้า ที่เมืองแปดริ้ว

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผมเชื่อว่าคุณเคยไปเมืองแปดริ้ว หรือฉะเชิงเทรา มาแล้วหลายสิบ หรืออาจจะมากกว่าร้อยครั้ง เชื่อว่าคุณต้องเคยไปไหว้หลวงพ่อพระพุทธโสธร ที่วัดโสธรวรวิหาร
มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง แต่ผมจะบอกว่าคนที่เคยไปเมืองแปดริ้ว ไม่เคยไปวัดที่ผมจะพาคุณไปเที่ยว ไปไหว้พระ ไหว้เจ้า ในวันนี้อย่างแน่นอน 

วันนี้ ผมจะพาคุณไปไหว้พระ ไหว้เจ้าที่วัดอุภัยภาติการาม หรือวัดซำปอกง และวัดจีนประชาสโมสร 

วัดอุภัยภาติการาม (ตามบ่าวก๋องเผ็กตื่อ) มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต (ซำปอกง) เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของวัด เมื่อได้ยินชื่อซำปอกง ก็ต้องนึกถึงพระพุทธรูปองค์โตๆ ขึ้นมาโดยพลัน ใช่แล้วครับวัดอุภัยภาติการามมีพระพุทธรูปประธานองค์มหึมาอยู่ในโบสถ์ หรือวิหาร 

ประวัติของวัดนี้มีมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยคหบดีชาวไทยเชื้อสายจีนสองคน คือหลงจู๊ฮี้ ผู้พ่อ และหลงจู๊แดง ลูกชาย เคยเดินทางไปไหว้ซำปอกงที่วัดพนัญเชิง แล้วจึงเกิดความศรัทธา ถวายทรัพย์เพื่อให้สร้างซำปอกงที่แปดริ้ว เมื่อปี 2449 เพื่อให้คนในแปดริ้วไม่ต้องเดินทางไปไหว้ซำปอกงที่อยุธยา ต่อมาหลงจู๊แดงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนพิพิธพานิชกรรม ครั้นต่อมาปี 2450 รัชกาลที่ 5 เสด็จตรวจหัวเมืองมณฑลปราจีนบุรี เพื่อทรงเปิดเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ทรงแวะที่วัดแห่งนี้ ซึ่งกำลังก่อสร้าง และพระราชทานเงิน 200 บาท แล้วพระราชทานนามวัดว่าอุภัยภาติการาม และพระราชทานนามพระประธานว่าพระพุทธไตรรัตนนายก นามเดียวกับซำปอกง วัดพนัญเชิง 

แต่เดิมนั้นวัดแห่งนี้เป็นวัดจีน แต่ได้เปลี่ยนไปเป็นวัดญวนอนัมนิกาย ตามศาสนาพุทธลัทธิมหายาน เมื่อพูดถึงหลวงพ่อโต หรือซำปอกงหลายคนที่พอจะทราบเรื่องอยู่บ้างก็จะนึกถึงหลวงพ่อโตที่วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา และหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนบุรี ขึ้นมาทั้งที ต้องขอเรียนให้ทราบว่าเมืองไทยมีซำปอกงอยู่สามแห่งด้วยกันคือที่วัดอุภัยภาติการามวัดกัลยาณมิตร และวัดพนัญเชิง เชื่อว่าคุณๆ น่าจะเคยไปไหว้ซำปอกงที่วัดพนัญเชิง และวัดกัลยาณมิตร มาแล้ว แต่หลายคนไม่เคยไปที่วัดอุภัยภาติการาม เมืองแปดริ้ว ทั้งๆ ที่วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในตัวเมืองแปดริ้ว 

ส่วนอีกวัดหนึ่งคือ วัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) วัดนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นวัดสาขาของวัดเล่งเน่ยยี่ (วัดมังกรกมลาวาส กรุงเทพฯ) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่าวัดจีนประชาสโมสรเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินยังวัดแห่งนี้เมื่อปี 2449 

วัดเล่งฮกยี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นท้องของมังกร โดยส่วนหัวของมังกรอยู่ที่วัดเล่งเน่ยยี่และส่วนหางมังกรอยู่ที่วัดเล่งฮัวยี่ จันทบุรี สำหรับวัดเล่งฮกยี่ หรือวัดจีนประชาสโมสรมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคือพระยูไล้ พระโอนิโทฮุด พระเอี้ยซือฮุด พระทั้งสามองค์นี้ทำจากกระดาษแล้วปิดทองคำเปลวทับลงไป ประวัติบอกว่านำมาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน นอกจากนี้ภายในวิหารวัดเล่งฮกยี่ ยังมีพระพุทธรูปต่างๆ และรูปบูชาของเทพเจ้าอีกมากมาย แต่ที่สำคัญคือมีพระบรมรูปของรัชกาลที่ 5 ประดิษฐานอยู่ด้วย

เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าแปดริ้วมีสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ นอกเหนือจากหลวงพ่อพระพุทธโสธร และพระพิฆเนศองค์มหึมาที่วัดสมานฯ 

ผมขอเชิญชวนคุณไปเที่ยวด้วยกันกับ Mr.Flower โดยไปเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ สมาชิกทุกคนเป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส เที่ยวแบบละมุนละไม ไม่เร่งไม่รีบร้อน เที่ยวแบบเจาะลึกทั้งเชิงศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียบประเพณีท้องถิ่น สนใจร่วมทริปละมุนละไมไปที่ต่างๆ ทั่วไทยและต่างประเทศกับ Mr.Flower โปรดติดต่อ 091-7233615 ครับ

Leave a comment