คุยกัน 7 วันหน : ‘ผลิตภัณฑ์ไทย’ เฉิดฉายใน ‘มหกรรมสินค้าจีน-อาเซียน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758566

คุยกัน 7 วันหน : ‘ผลิตภัณฑ์ไทย’ เฉิดฉายใน ‘มหกรรมสินค้าจีน-อาเซียน’

คุยกัน 7 วันหน : ‘ผลิตภัณฑ์ไทย’ เฉิดฉายใน ‘มหกรรมสินค้าจีน-อาเซียน’

วันอาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.40 น.

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย กล่าวในพิธีเปิดงานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (China-ASEAN Expo หรือ CAEXPO) ครั้งที่ 20 และการประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนจีน-อาเซียน ที่จัดขึ้นในนครหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน โดยระบุว่างานมหกรรมนี้ หรือ “ช่องทางหนานหนิง” (Nanning Channel) ได้กลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนระดับภูมิภาค สร้างโอกาสใหม่ๆ แก่บริษัทส่งออกของไทย ทำให้ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างไทยกับจีนในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

มหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียนปีนี้ มีบริษัทส่งออกจากไทยเข้าร่วม 76 แห่ง โดยพาวิลเลียนของไทยมุ่งจัดแสดงผลิตภัณฑ์พิเศษ 4 ประเภทได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าและเครื่องประดับ สุขภาพและความงาม และเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ทั้งนี้ ยังมีการนำเสนอจังหวัดจันทบุรี ในฐานะจังหวัดแห่งมนต์เสน่ห์ของไทย เพื่อแสดงภาพลักษณ์ของไทยให้โลกได้รับรู้ ณ งานมหกรรมนี้เป็นครั้งแรก

เมื่อเข้าชมพาวิลเลียนไทยจะพบพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการข้าวหอมมะลิของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ สังกัดกระทรวงพาณิชย์ของไทย ในกลางวันกลิ่นหอมของอาหารไทยเชื้อเชิญผู้เข้าชมงานให้มาลิ้มลอง หลังโซนจัดแสดงของพาวิลเลียนไทยได้แนะนำข้าวหอมมะลิคู่กับแกงสูตรพิเศษของไทย ด้านขวัญนภา ผิวนิล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ระบุว่าปีนี้เป็นครั้งแรกที่ตนได้มาร่วมงาน และได้สัมผัสถึงความนิยมชมชอบข้าวหอมมะลิไทยที่เพิ่มขึ้นในหมู่ชาวจีน

ขวัญนภาระบุว่า การค้าข้าวระหว่างจีน-ไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายปีที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ข้าวหอมมะลิไทย และส่งเสริมความนิยมของข้าวหอมมะลิไทยผ่านงานมหกรรมนี้ โดยระหว่างออกงาน มีบริษัทนำเข้าจากจีนจำนวนมากที่เข้ามาพูดคุยและหวังว่าจะได้ร่วมมือกัน ซึ่งการบริโภคของชาวจีนที่ยกระดับขึ้นนั้น จะทำให้สินค้าคุณภาพสูงของไทยมีตลาดกว้างขึ้นกว่าเดิม

การจัดมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียนต่อเนื่องยาวนาน 20 ปีความร่วมมือในแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่พัฒนาต่อเนื่องและการบังคับใช้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ทำให้หลายปีมานี้ การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ การค้า และวัฒนธรรมระหว่างจีน-ไทย เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ คนจีนเริ่มสนใจอาหารไทยมากขึ้น ตั้งแต่เข้าร้านอาหารไทย ไปจนถึงซื้อวัตถุดิบและเครื่องปรุงมาทำเองที่บ้าน อาหารไทยเริ่มกลายเป็นเมนูประจำที่พบได้บ่อยครั้งบนโต๊ะอาหารชาวจีน

บูธขายเครื่องปรุงรสไทยในงานนี้ ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามเช่นกัน นันทวัฒน์ สมคม ผู้จำหน่ายเครื่องปรุงไทยระบุว่า เมื่อปี 2006 เขาได้เข้าร่วมงานมหกรรมฯ และนำเครื่องปรุงรสจากไทยมาจัดแสดงเพื่อหาโอกาสทางธุรกิจและได้คู่ค้าชาวจีนจากมณฑลจี๋หลินที่ต้องการสินค้าไปเพิ่มรสชาติความเป็นไทยให้กับร้านอาหารทะเลของตน ในงานปีนี้นันทวัฒน์ได้เพิ่มความหลากหลายของเครื่องปรุงอาหารไทย และหวังว่าสินค้าของเขาจะมอบรสชาติใหม่ๆ ให้กับเมนูอาหารของชาวจีนจำนวนมากขึ้น

ด้าน จาง หย่งเทา ตัวแทนจำหน่ายเครื่องปรุงรสโลโบของไทยในจีน ซึ่งมาร่วมงานนี้เกือบทุกปี กล่าวว่า เครื่องปรุงรสของไทยมีกระแสตอบรับดีมากโดยเครื่องปรุงรสต้มยำกุ้งจำหน่ายหมดตั้งแต่วันแรกที่จัดงาน และในเวลา 1 ปีเครื่องปรุงรสต้มยำกุ้งของโลโบผลิตขายในจีนไปแล้วกว่า 1,000 ตัน ซึ่งโอกาสเช่นนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างจีนกับไทย

ปิ่นนภา ช่อเขียว หนึ่งผู้จัดแสดงสินค้าซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายข้าวตังของไทย ระบุว่า จีนเปิดกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการจัดงานมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติจีน งานแสดงสินค้าจีน-เอเชียใต้ และงานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน สร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ทั้งผู้แสดงสินค้า ผู้ซื้อ ตัวแทน หน่วยงานภาครัฐ และอื่นๆ

เธอกล่าวว่าข้าวตังของไทยมีความกรอบ แต่ไม่แข็ง มีกลิ่นหอมของข้าว อีกทั้งยังมีหลายรสชาติ อาทิ ต้มยำกุ้ง และบาร์บีคิว ทำให้หลายคนที่ได้ลิ้มลองก็ต่างติดใจและซื้อกลับไป ตัวแทนจำหน่ายรายอื่นๆ ก็มาติดต่ออยากร่วมมือด้วย ปิ่นนภาระบุว่าตลาดขนาดใหญ่ของขนมกรุบกรอบนั้นแข่งขันดุเดือด ผลิตภัณฑ์ที่ขายจึงต้องมีคุณภาพสูง และต้องมีวิธีส่งเสริมการขายที่ชาญฉลาด นอกจากขายตามหน้าร้านแล้ว ต้องมีการไลฟ์สดขายผ่านออนไลน์ ส่งให้คนดังในอินเตอร์เนตชิม และรวมถึงทำวีดีโอสั้นเพื่อโปรโมทด้วย

หวงอิง หนึ่งในผู้แสดงสินค้ากล่าวว่าผลไม้ เครื่องสำอาง อาหาร ยาและสินค้าอื่นๆ ของไทยมีคุณภาพดีและกลายเป็นของใช้ติดบ้านของชาวจีนมากขึ้นเรื่อยๆ อาทิ ในห้องครัวมีข้าวหอมมะลิและเครื่องแกงต้มยำกุ้ง ในห้องนอนมีหมอนยางพารา และผลิตภัณฑ์เสริมความงามและครีมกันแดดจากไทย ซึ่งสินค้าเหล่านี้เข้าสู่ตลาดจีนผ่านงานมหกรรมฯ ห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วจีน

ภรภัทร พันธุ์งอก ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการจีน สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สังกัดกระทรวงพาณิชย์ของไทยกล่าวว่างานมหกรรมนี้ทำให้ไทยมีโอกาสเข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้นทำให้ผู้ส่งออกไทยเข้าใจอุปสงค์ของตลาดจีนมากขึ้น โดยหากนับตั้งแต่เริ่มจัดครั้งแรก มีบูธจัดแสดงสินค้าไทยเข้าร่วมงานมหกรรมนี้แล้ว 3,072 บูธ มีบริษัทเข้าร่วมงานทั้งสิ้น 2,121 ราย และมีปริมาณธุรกรรมรวม 2.5 พันล้านบาท

ขณะที่ เหลย เสี่ยวหัว นักวิจัยจากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา สังกัดสถาบันสังคมศาสตร์กว่างสี เชื่อว่างานมหกรรมครั้งนี้ จะเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการค้า การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนจีนและอาเซียน และมีบทบาทสำคัญยิ่งยวดในความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างจีนและไทยในสาขาต่างๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวซินหัวไทย

โดย ดาโน โทนาลี

Leave a comment