#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/762002

‘เกษตรกรบุรีรัมย์’รวมตัวเรียกร้องรบ.ทบทวนนโยบายพักหนี้ วอนลดดอกเบี้ยธ.ก.ส.เหลือร้อยละ 1บาทต่อปี
วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 13.41 น.
เกษตรกรชาวโนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบายพักชำระหนี้ ชี้เคยดำเนินการมาแล้ว 9 ปี ไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้จริง ยังต้องแบกรับภาระหนี้และดอกเบี้ยเหมือนเดิม ทั้งที่ราคาผลผลิตตกต่ำ วอนรัฐซื้อหนี้จาก ธกส.และปรับลดดอกเบี้ยจากร้อยละ 7 บาทเหลือ 1 บาท
เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2566 ที่ จ.บุรีรัมย์ ตัวแทนเกษตรกรชาว อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พิจารณาทบททวนโครงการพักชำระหนี้เกษตรกรที่เป็นลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระยะเวลา 3 ปี วงเงินไม่เกิน 300,000 บาท โดยอ้างว่า นโยบายพักหนี้เคยดำเนินการมาแล้ว 9 ปี แต่ไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริง เพราะเมื่อครบ 3 ปีแล้ว เกษตรกรก็ยังต้องดิ้นรนหาเงินมาชำระหนี้และดอกเบี้ยเหมือนเดิม แต่ราคาผลผลิตกลับตกต่ำไม่สอดคล้องกลับข้อเท็จจริง เกษตรกรก็ยังต้องแบกรับภาระหนี้สินและดอกเบี้ยที่สูงเหมือนเดิม จึงอยากเสนอให้รัฐบาลได้พิจารณาทบทวนจากนโยบายพักชำระหนี้ ควรจะซื้อหนี้ของเกษตรกรจาก ธ.ก.ส. และมีนโยบายให้เกษตรกรผ่อนชำระกับทางรัฐบาลโดยตรง และควรจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรให้เหลือร้อยละ 1 บาทต่อปี ถึงจะเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้กับเกษตรกรได้อย่างแท้จริง เพราะทุกวันนี้เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่กู้เงินไปลงทุนทำการเกษตรกร ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 7 บาทต่อปี แต่หากใครชำระไม่ต่อเนื่องเป็นหนี้เสีย ก็ถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 12 บาทต่อปี
ด้านนายสวาท จำปาสา และนายบุญรอด ศิลสุพรรณ์ ตัวแทนเกษตรกรชาว อ.โนนสุวรรณ บอกว่า รัฐบาลที่ผ่านมาเคยดำเนินการโครงการพักชำระหนี้มาแล้วถึง 9 ปี แต่ไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้จริง เกษตรกรยังต้องแบกรับภาระหนี้สินเหมือนเดิมโดยเฉพาะดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูงถึงร้อยละ 7 บาทต่อปี จึงอยากให้รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ฟังเสียงความต้องการของเกษตรกรว่าแท้จริงแล้วควรจะทำอย่างไรถึงจะแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรอย่างตรงจุด และสามารถแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนได้จริง จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลซื้อหนี้เกษตรกรจาก ธ.ก.ส. เพื่อให้เกษตรกรผ่อนชำระกับรัฐบาลโดยตรง และควรจะปรับลดดอกเบี้ยให้เหลือร้อยละ 1 บาทต่อปี จึงจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ตัวแทนเกษตรกรจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าว ไปยื่นเสนอต่อนายเศรษฐา เพื่อให้พิจารณาดำเนินการตามข้อเรียกร้องของเกษตรกรต่อไป —017