#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/762284

กรมอนามัย หนุน6เทคนิค เวชศาสตร์วิถีชีวิต สำหรับวัยเกษียณ
วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขหนุน 6 เทคนิคตามแนวทาง LifestyleMedicine หรือเวชศาสตร์วิถีชีวิต สำหรับวัยเกษียณ ด้วยการกินอาหารถูกหลัก มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมนอนหลับอย่างมีคุณภาพ การควบคุมความเครียด และจัดการด้านอารมณ์ หลีกเลี่ยงสารหรือวัตถุที่เป็นอันตราย มีปฏิสัมพันธ์กับสังคม เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีและมีความสุข
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่าขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Complete-AgedSociety) และคาดว่าประเทศไทยจะเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super- Aged Society) ในปี 2574 ซึ่งข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยพบว่า ผู้สูงอายุมีจำนวนทั้งหมด 12.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 19.4 จากประชากรทั้งหมด (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2566) และมีผู้ทำงานในส่วนงานราชการและรัฐวิสาหกิจที่กำลังจะเกษียณอายุในวันที่ 30 กันยายน 2566 เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้เกษียณนั้นถือว่ากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย มีเวลาว่างมากขึ้น อาจมีความรู้สึกเหงา อ้างว้าง กลัว โดดเดี่ยว การเข้าสังคมกับเพื่อนร่วมงานน้อยลง อาจทำให้รู้สึกไม่มีคุณค่าในตนเอง ซึมเศร้า หรือใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ประกอบกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลง อาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพและจิตใจได้
นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า กรมอนามัยจึงขอแนะนำให้ผู้ที่จะเกษียณอายุและผู้สูงอายุ สร้างแรงบันดาลใจในการจัดการสุขภาพตนเองตามแนวทาง Lifestyle Medicine หรือเวชศาสตร์วิถีชีวิต ภายใต้ 6 องค์ประกอบคือ 1.การกิน เน้นกินข้าวกล้อง และปลาเป็นหลัก กินตับ กินผัก ผลไม้เป็นประจำ ลด หวาน มัน เค็ม ให้เป็นนิสัยและไม่ลืมดื่มน้ำ ดื่มนมให้เพียงพอ กินอาหารสดใหม่สะอาด ปลอดภัย และกินอย่างมีความสุข 2.มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมในความเหนื่อยระดับปานกลางสะสมให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือโดยเฉลี่ยอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ควบคู่กับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ การเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ การทรงตัวเพื่อป้องกันการหกล้ม เป็นต้น ที่สำคัญควรอบอุ่นร่างกาย และคลายอุ่นร่างกายก่อนและหลังการออกกำลังกาย ประมาณ 5-10 นาที 3.การนอนหลับนั้นมีความสำคัญต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายได้พักผ่อน ซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกายตลอดทุกช่วงวัย และมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย สมอง ระบบประสาท การเรียนรู้ ความจำวัยผู้สูงอายุมีผลต่อการทำงานของ ระบบภูมิคุ้มกัน โรคประจำตัวการนอนหลับไม่เพียงพอ หรือโรคของการนอนหลับนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพโรคประจำตัวภาวะภูมิต้านทานต่ำ และเพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งกรมอนามัยให้ความสำคัญกับปัญหาการนอนไม่เพียงพอและไม่มีคุณภาพของคนไทย โดยสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านการดูแลสุขภาพ เพื่อวิเคราะห์ ประเมินการปฏิบัติและจัดการตนเองเพื่อป้องกันและควบคุมความเสี่ยงต่อสุขภาพ“
ต่อมาข้อที่ 4.การควบคุมความเครียด และจัดการด้านอารมณ์ในสังคมยุคปัจจุบันเราต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อาจทำให้เกิดสภาวะเครียดและวิตกกังวล ซึ่งสิ่งที่เราต้องทำให้ได้ คือ การมีสติรับมือกับความเครียด และความวิตกกังวลที่อาจเกิดขึ้น 5.หลีกเลี่ยงสารหรือวัตถุที่เป็นอันตราย เพราะในชีวิตประจำวันของเรามีสารเสพติดที่ส่งผลต่อสุขภาพในปริมาณเล็กน้อย จนหลายคนมองว่าเป็นเรื่องปกติทั้งๆ ที่ไม่ปกติต่อสุขภาพแต่อย่างใดเช่น การสูบบุหรี่ ดื่มสุราซึ่งเป็นเรื่องของวัฒนธรรมและการเข้าสังคมจึงควรเลือกเดินสายกลาง ดื่มแต่พอประมาณ และผู้สูงอายุเองควรระมัดระวังสุขภาพ หากหลีกเลี่ยงได้จะดีที่สุด เพราะจะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจตามมาและ 6.การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หรือการเชื่อมโยงกับสังคม นับเป็นหัวใจสำคัญเนื่องจากบางคนไม่มีทักษะการเรียนรู้ในสังคม แต่บางคนมีการปรับตัวได้ดี โดยสามารถทำให้ตัวเองรู้สึกมีคุณค่า ด้วยการเป็นจิตอาสาในองค์กรต่างๆ เป็นต้น ซึ่งการปฏิบัติตนตามแนวทาง Lifestyle Medicine หรือเวชศาสตร์วิถีชีวิต จะส่งผลให้ผู้สูงอายุสุขภาพดี และมีความสุข สร้างสังคมสูงวัยที่มีคุณภาพต่อไป” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
