แพทย์จุฬาฯจัด ‘ซุ้มโดมบ้านนก’ ประเมินการได้ยิน เตือนหูตึงเสี่ยงโรคสมองเสื่อมมากกว่าคนปกติ2เท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762279

แพทย์จุฬาฯจัด ‘ซุ้มโดมบ้านนก’ ประเมินการได้ยิน เตือนหูตึงเสี่ยงโรคสมองเสื่อมมากกว่าคนปกติ2เท่า

แพทย์จุฬาฯจัด ‘ซุ้มโดมบ้านนก’ ประเมินการได้ยิน เตือนหูตึงเสี่ยงโรคสมองเสื่อมมากกว่าคนปกติ2เท่า

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันสถานการณ์ทั่วโลกมีประชากรผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเทศไทยที่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา ( มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20) และจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดในปี พ.ศ.2574 โดยปัญหาการได้ยินและการทรงตัว เป็นปัญหาหลัก 1 ใน 3ของผู้สูงอายุทั่วโลก โดยเฉพาะวัยเกษียณอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป อีกทั้งปัญหาการได้ยินยังเป็นสัญญาณความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมเนื่องจากเมื่อการได้ยินลดลงส่งผลให้การกระตุ้นสมองลดลงตามไปด้วยเมื่อสมองขาดการกระตุ้นเป็นเวลานาน 5-10 ปีล้วนส่งผลให้สมองเสื่อมถอยและฝ่อเร็วขึ้นทั้งนี้ยังพบว่าปัญหาการได้ยินเพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อมสูงสุดถึง 2 เท่า

อ.ดร.พญ.นัตวรรณ อุทุมพฤกษ์พร แพทย์เฉพาะทางด้านโสตประสาทวิทยาศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัวโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ให้ความรู้ในหัวข้อปัญหาการได้ยินกับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม พร้อมทั้งเผยว่าในบรรดาคนไข้ภาวะสมองเสื่อมจากจำนวน 2 ใน 5 คนปัญหาด้านการได้ยินซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงสุดที่สามารถป้องกันได้หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีโดยการกระตุ้นการได้ยินและกระตุ้นสมองก็สามารถกลับมาดำเนินชีวิตประจำวันและอยู่ร่วมกับสังคมได้ตามปกติ

พร้อมกันนี้ได้จัดนิทรรศการสื่อผสม “ซุ้มโดมบ้านนก” นิทรรศการศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัว “เสียงนั้นเธอได้ยินไหม”เป็นนิทรรศการที่ออกแบบและจัดโดยศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัวโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, British Council, กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ผ่านโครงการ Thai-UK World-class university consortium catalyst grant, University College London, หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาการวิจัยและสร้างนวัตกรรม (บพค.) สำหรับตรวจวัดระดับการได้ยินของตนเองผ่านเสียงนกซึ่งนกแต่ละกรงจะปล่อยเสียงแต่ละความถี่เพื่อทดสอบการได้ยินและความสามารถในการรับเสียงสัญญาณทุกย่านความถี่ของผู้เข้ารับการทดสอบ

-บ้านที่ 1 นกเร็น (Wren) ความถี่ 4000-8000 Hz เสียงแหลมมาก

-บ้านที่ 2 นกเดินดง (Song thrush) ความถี่ 3000-4000 Hz เสียงแหลม

-บ้านที่ 3 นกเดินดงสีดำ (Blackbird) ความถี่ 1000-2000 Hz เสียงกลาง

-บ้านที่ 4 นกคัคคู (Cuckoo bird) ความถี่ 350-750 Hz เสียงกลางค่อนข้างทุ้ม

-บ้านที่ 5 นกเขา (Collared bird dove) ความถี่ 250-350 Hz เสียงทุ้ม

เสียงของนกแต่ละชนิดจะแทนย่านความถี่ที่แตกต่างกันซึ่งตามปกติความถดถอยด้านการรับเสียงของมนุษย์จะสูญเสียความ สามารถในการรับเสียงแหลมหรือเสียงที่สูง และตามมาด้วยอาการสื่อสารไม่เข้าใจเนื่องจากการสูญเสียการได้ยินเสียงที่ทุ้มต่ำลงมาตามลำดับ เมื่อตรวจพบว่าหูไม่สามารถรับเสียงได้ตามปกติผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษา และกระตุ้นการได้ยินเพื่อให้สามารถกลับมาได้ยินชัดเจนอีกครั้งซึ่งเสียงที่ได้ยินจะกลับเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมองต่อไป

โดยผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารความรู้เกี่ยวกับการได้ยินสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebookของทางศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัวโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทยที่ https://www.facebook.com/ChulaHearingBalance หรือติดต่อขอนิทรรศการสื่อผสม “ซุ้มโดมบ้านนก” เพื่อนำไปแสดงได้ที่ email : info.loylombon@gmail.com

สำหรับประชาชนทั่วไปซึ่งมีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่สนใจตรวจการได้ยินด้วยตนเองผ่าน Smart Phone หรือ Tabletโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น EarTest by Eartoneตรวจการได้ยินเบื้องต้นเพื่อตรวจสอบระดับการได้ยินและป้องกันภาวะสมองเสื่อม ซึ่งแอปพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นความสำเร็จที่ร่วมพัฒนาโดยเอียร์โทนจากห้องปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งกรุงลอนดอน University College London ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมวิศวกรรมแห่งประเทศอังกฤษ RoyalAcademy of Engineering, British Council,กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผ่านโครงการ Thai-UK World-class UniversityConsortium catalyst grant, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข) และบริษัทเอียร์โทน (ประเทศไทย) จำกัด

Leave a comment