คุยกัน 7 วันหน : ศึก‘อิสราเอล-ฮามาส’ส่อขยายวง?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762834

คุยกัน 7 วันหน : ศึก‘อิสราเอล-ฮามาส’ส่อขยายวง?

คุยกัน 7 วันหน : ศึก‘อิสราเอล-ฮามาส’ส่อขยายวง?

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.35 น.

แม้การสู้รบรุนแรงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มนักรบฮามาสของปาเลสไตน์ จะเกิดขึ้นบริเวณพรมแดนอิสราเอลกับฉนวนกาซา โดยเฉพาะเขตกาซาเป็นหลัก แต่ความเคลื่อนไหวในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลขณะนี้น่ากังวลไม่น้อย ทำให้กองทัพอิสราเอลต้องเพิ่มกำลังทหารประจำการตามแนวพรมแดนที่อยู่ติดกับเลบานอนหลังจากอิสราเอลยิงโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนเมื่อไม่กี่วันก่อนเพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มเฮซบอลลาห์ซึ่งยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถังอย่างน้อย2 ลูก พุ่งเป้าไปยังจุดประจำการทหารในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล ทำให้บ้านเรือนของชาวเลบานอนอย่างน้อย 10 หลัง และฐานยิงจรวดได้รับความเสียหาย โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน

ขณะที่เฮซบอลลาห์ ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้อิสราเอลที่สังหารสมาชิกของกลุ่มในระหว่างการปะทะกันเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

บรรยากาศตึงเครียดในจุดนี้ทวีความรุนแรงมากขึ้น นับตั้งแต่ฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล ท่ามกลางความกังวลว่า การสู้รบรุนแรงจะปะทุขึ้นในบริเวณนี้เพิ่มอีก 1 จุด ซึ่งเฮซบอลลาห์เป็นกลุ่มที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับฮามาส

พันธมิตรของฮามาสไม่ได้มีแค่กลุ่มติดอาวุธที่อยู่ในเลบานอนเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มสนับสนุนกระจายตัวอยู่ในหลายประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีจุดร่วมเป็นความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน เช่น ซีเรีย มีรายงานว่า อิสราเอลต้องยิงปืนใหญ่เพื่อตอบโต้การโจมตีที่มาจากฝั่งซีเรียในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่ผู้นำกลุ่มฮูตีในเยเมน ล่าสุดออกมาประกาศความพร้อมที่จะร่วมมือกับกลุ่มอื่นๆ รวมทั้งขู่ว่าจะยิงขีปนาวุธ ใช้โดรนโจมตีและใช้ยุทธวิธีทางทหารต่างๆ เพื่อตอบโต้ หากสหรัฐฯ เข้าไปยุ่งกับความขัดแย้งในกาซาโดยตรง

ส่วนกลุ่มติดอาวุธในอิรักจำนวนหนึ่ง ออกมาแสดงจุดยืนไม่ต่างกับฮูตี คือ หากสหรัฐฯ เข้าไปแทรกแซงทางการทหารในกาซา ทางกลุ่มจะเปิดฉากโจมตีฐานทัพและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในดินแดนอิรักและตามจุดต่างๆ ในภูมิภาค

ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯไม่ได้เรียกเสียงวิจารณ์จากฝั่งผู้สนับสนุนฮามาสหลักเท่านั้น แต่ตุรกีเองก็ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านด้วยเช่นกัน โดยประธานาธิบดีเรเซป ทายยิบ เออร์โดอันออกมาโจมตีกรณีสหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าใกล้อิสราเอล ว่า อาจจะนำไปสู่การสังหารหมู่ในกาซา

ขณะที่อดีตผู้นำฮามาส ที่ขณะนี้อยู่ในกาตาร์ ออกมาเชิญชวนให้โลกมุสลิมและอาหรับออกมารวมตัวประท้วงพร้อมกัน เพื่อแสดงพลังสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลและประชาชนในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งจอร์แดน ซีเรีย เลบานอน และอียิปต์ ออกมาทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุดในการช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์

เช่นเดียวกับประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซี ของอิหร่าน เผยระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรีย เรียกร้องประเทศอาหรับและมุสลิมทั้งปวงรวมทั้งชาวโลกผู้เป็นอิสระทั้งหมดจะต้องร่วมใจและร่วมมือกันอย่างจริงจังในการหยุดยั้งการก่ออาชญากรรมของระบอบไซออนิสต์ที่กระทำต่อชาติปาเลสไตน์ที่ถูกกดขี่ ประธานาธิบดีไรซีย้ำว่า เพื่อหยุดยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ของพวกไซออนิสต์ อิหร่านจะประสานกับประเทศมุสลิมโดยเร็วที่สุด และได้ตำหนิประเทศอาหรับที่สถาปนาความสัมพันธ์ระดับปกติกับอิสราเอลเมื่อไม่นานมานี้ หรืออยู่ระหว่างเจรจาเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ระดับปกติกับอิสราเอล

ข้อมูลจากสำนักสถิติกลางปาเลสไตน์ ชี้ว่า ปัจจุบันมีชาวปาเลสไตน์อยู่ในกาซาและเวสต์แบงก์ รวมกันมากกว่า 5,000,000 คน และอีกหลายล้านคนกระจัดกระจายอยู่ในหลายประเทศ แต่ทั้งสามประเทศนี้ เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่รับดูแลผู้อพยพชาวปาเลสไตน์เป็นจำนวนมาก โดยอยู่ในจอร์แดนมากที่สุด ประมาณ 2,300,000 คน ขณะที่ตัวเลขในซีเรียอาจจะมีน้อยกว่านี้ เพราะพบว่าผู้ลี้ภัยที่ลงทะเบียนในซีเรียจำนวนหนึ่งอพยพไปอาศัยในประเทศอื่นๆ แทน

สิ่งหนึ่งที่ต้องแยกออกจากกันให้ชัด คือ ชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดไม่ใช่กลุ่มฮามาส ดังนั้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แม้จะมีภาพความโหดร้ายของเหตุโจมตีในอิสราเอล แต่ในหลายเมืองทั่วโลกก็ยังคงเห็นภาพการชุมนุมสนับสนุนและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชาวปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง

จุดนี้กลายมาเป็นปัญหาใหญ่ของอิสราเอล เพราะจะทำอย่างไรให้การโจมตีกลุ่มติดอาวุธกระทบกับพลเรือนน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้สร้างเงื่อนไขที่จะยิ่งทำให้กลุ่มติดอาวุธ
หัวรุนแรงได้ประโยชน์

การโจมตีทางอากาศในแต่ละวันถ้าสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของสงครามที่ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น ยิ่งล่าสุด กองทัพอิสราเอลว่า ประชากรทั้งหมดของกาซา ซึ่งอยู่ทางเหนือของวาดิกาซา ควรจะอพยพย้ายไปอยู่ทางภาคใต้ของกาซาภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งคำสั่งนี้เกี่ยวข้องกับประชาชนประมาณ 1.1 ล้านคน ก็ยิ่งทำให้หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่า อิสราเอลพร้อมสั่งทหารนับแสนนายที่ประชิดพรมแดนกาซา ให้เตรียมบุกเข้าไปในฉนวนกาซา เพื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มนักรบฮามาส และเพื่อช่วยเหลือตัวประกันกว่า 150 คน ที่ถูกกลุ่มฮามาสจับไปจากอิสราเอล นั่นก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ส่อเลวร้ายลงอีกมาก

เอลอยซ์ ฟาเยต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางจากสถาบันความสัมพันธ์ต่างประเทศแห่งฝรั่งเศสวิเคราะห์ว่า การลักพาตัวทหารและพลเรือน ทำให้การตอบโต้ของกองทัพอิสราเอลซับซ้อนยุ่งยากขึ้น เพราะอิสราเอลให้ความสำคัญกับตัวประกันอย่างมาก โดยในปี 2011 อิสราเอลเคยยอมแลกเปลี่ยนตัวประกันเพียงคนเดียว เป็นทหารชาวอิสราเอล-ฝรั่งเศสที่ชื่อ จิลาด์ ชาลิด กับนักโทษปาเลสไตน์มากกว่า 1,000 คนมาแล้ว

ต้องติดตามว่า อิสราเอลจะยอมสละชีวิตตัวประกันนับร้อยที่เป็นทั้งคนอิสราเอลและพลเมืองชาติอื่น โดยเดินหน้าปราบปรามกลุ่มฮามาสผ่านการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงพร้อมไปกับการส่งทหารบุกเข้าฉนวนกาซาหรือไม่

ซึ่งแน่นอนว่า ความขัดแย้งจะยิ่งลุกลามบานปลายมากขึ้นไปอีก

โดย ดาโน โทนาลี

Leave a comment