คุยกัน 7 วันหน : จับตาขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส กระทบส่งออก-เศรษฐกิจไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765704

คุยกัน 7 วันหน : จับตาขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส  กระทบส่งออก-เศรษฐกิจไทย

คุยกัน 7 วันหน : จับตาขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส กระทบส่งออก-เศรษฐกิจไทย

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 07.45 น.

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้รายงานสถานการณ์อิสราเอลกับกลุ่มฮามาส จากข้อมูลจากกระทรวงการคลังอิสราเอลประมาณการว่า เศรษฐกิจอิสราเอลได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านเชคเกล สะท้อนว่าเศรษฐกิจอิสราเอลถดถอยอย่างแน่นอนในระยะสั้นทั้งในช่วงและหลังสู้รบ แม้ว่ารัฐบาลอิสราเอลและประชาชนเชื่อมั่นว่าจะชนะได้ให้เร็วที่สุด แต่เมื่อมีการเปิดศึกการสู้รบทางตอนเหนือด้วย คงจะยืดเยื้อออกไปหลายเดือน ยิ่งเมื่อมีการระดมกำลังทหารกองหนุน 300,000 นาย การใช้จ่ายของรัฐบาลจะสูงขึ้นและภาคส่วนต่างๆ เช่น การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนัก นักเศรษฐศาสตร์มองว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการชะลอตัวได้สถานการณ์ของการสู้รบยังก่อให้เกิดความไม่แน่นอนอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของอิสราเอล

สิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ส่งผลต่อนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารแห่งอิสราเอลด้วย นอกจากนี้ยังทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันสำหรับอิสราเอลหมายถึงการเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิงโดยตรง และการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้านำเข้าทางอ้อม การเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิงยังส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นซึ่งต้องใช้การขนส่งจำนวนมากและยังเพิ่มภาระให้กับประชาชนในช่วงนี้อีกด้วย ซึ่งคาดว่าในระยะ3- 6 เดือน นับจากนี้ “ราคาสินค้าต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน”

ประเมินส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจโดยคาดว่า ในปี 2567 อัตราการเติบโตจีดีพี ของประเทศอิสราเอลจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนเกิด คือลดลงจากร้อยละ 3 เป็น 2.2”

นอกจากนี้ยังมีความน่าสนใจในเรื่องอันดับเครดิต หนี้ระยะยาวของอิสราเอลเป็นลบ หมายความว่าบริษัทจัดอันดับเครดิตพร้อมที่จะลดอันดับความน่าเชื่อถือลง ตามความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการสู้รบ ซึ่ง ฟิทช์ เป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือของอเมริกาและเป็นหนึ่งในสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่ของโลก กังวลว่าการต่อสู้จะใช้เวลานาน ทำให้ต้องลดอันดับเครดิตอิสราเอลลง

การประเมินตรงนี้สอดคล้องกับการประเมินจากนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของอิสราเอล ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจของอิสราเอลจะเกิดภาวะถดถอยอย่างแน่นอน CNBC รายงานว่า โจเซฟ เซรา นักเศรษฐศาสตร์ผู้มีชื่อเสียง อดีตศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยฮิบรู ให้ความเห็นว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการสู้รบจะเกิดขึ้นทันที ทำให้เศรษฐกิจหดตัวรุนแรง เนื่องจากหลายพื้นที่ของอิสราเอลกำลังเผชิญกับผลผลิตที่ลดลง การท่องเที่ยวหยุดลง ตอนนี้ผู้คนในอิสราเอลไม่ออกไปกินข้าวหรือช้อปปิ้ง ยิ่งการสู้รบยืดเยื้อต่อเนื่องนานเท่าใด ความเสียหายต่อเศรษฐกิจก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

กระทรวงเศรษฐกิจของอิสราเอลไม่สามารถประเมินได้ว่าภาคเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เพราะเมื่อคนทำงานหนุ่มสาวไปเป็นทหารกองหนุน ผู้ที่เข้าร่วมการต่อสู้ส่วนใหญ่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี ประชากรอายุน้อยเหล่านี้มีบทบาทอย่างมากในระบบเศรษฐกิจและภาคบริการเทคโนโลยีของอิสราเอล ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณหนึ่งในสามของการส่งออกของอิสราเอล และหนึ่งในห้าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศประจำปี

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเทลอาวีฟ กระทรวงพาณิชย์ ยังวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อการค้าในระยะยาวหากการสู้รบยืดเยื้อนานกว่าทุกครั้ง โดยขณะนี้ยังไม่มีใครบอกได้ว่าการสู้รบจะยุติเมื่อใด เพราะหากมีปัจจัยอื่นแทรกแซง เช่น การอุดหนุนกลุ่มฮามาสจากประเทศอาหรับ ซึ่งมีการตั้งสมมุติฐานว่าการสู้รบอาจจะใช้เวลานาน 1-2 เดือนกว่าจะยุติ แบ่งช่วงระยะเวลาที่มีผลต่อเศรษฐกิจเป็นดังนี้

1. ในระยะสั้น หากการสู้รบยืดเยื้อระหว่างเดือนต.ค. 2566 ถึง พ.ย. 2566 เศรษฐกิจอิสราเอลถดถอย การค้าระหว่างประเทศรวมทั้งไทยลดลงอย่างมาก

2.ในระยะกลาง ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2566 ถึงก.พ. 2567 ในช่วง 3 เดือนแรก หลังการสู้รบยุติ เป็นช่วงฟื้นฟูประเทศและเศรษฐกิจ การค้ากับต่างประเทศน่าจะมีสัญญาณที่ดี เริ่มปรับเข้าสู่ภาวะปกติ

3. ในระยะยาว หลังการสู้รบ 3 เดือนแล้ว อิสราเอลเข้าสู่ภาวะปกติมูลค่าการค้ากับไทยน่าจะเพิ่มมากขึ้น

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเมินว่า อิสราเอลเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเข้มแข็งยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีก้าวหน้าทันสมัย ดังนั้นหากการสู้รบยุติได้เร็ว ก็คาดว่าอิสราเอลจะฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วมาก

ในส่วนของการค้าไทยกับอิสราเอล ในปี 2566 (มกราคม-สิงหาคม) การค้าระหว่างไทย-อิสราเอล มีมูลค่า 856 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปอิสราเอล 545 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากอิสราเอล 311 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญจากไทยไปอิสราเอล 5 อันดับแรก ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และข้าว ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญจากอิสราเอล5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องเพชรพลอยและอัญมณี ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้

หากการสู้รบยืดเยื้อยาวนาน คาดว่า เศรษฐกิจของประเทศอิสราเอลถดถอยย่อมส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของอิสราเอลกับประเทศต่างๆ รวมทั้งการค้ากับไทยแม้ไทยอาจจะส่งออกสินค้าอาหารได้เพิ่มขึ้น แต่การส่งออกสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ตลาดอิสราเอลอาจชะลอลงจากกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวอิสราเอลลดลง นอกจากนี้ นักธุรกิจอิสราเอลอาจชะลอการเดินทางเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศไทย ในปี 2567

คงต้องติดตามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด แม้ผลกระทบต่อการส่งออกไทยอาจไม่มาก แต่มีแรงงานไทยไปทำงานที่อิสราเอลจำนวนมาก และหลายรายยังถูกจับเป็นตัวประกัน

โดย ดาโน โทนาลี

Leave a comment