#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/768034

ยูนิเซฟ จับมือ พม. และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัย รณรงค์เด็กและเยาวชน รู้ทันภัยจากการล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์
วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.35 น.
องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัย ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ #สงสัยไว้ก่อน เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรู้จัก “คิดทบทวนให้ถี่ถ้วน” ก่อนจะโพสต์ภาพ วีดีโอ หรือข้อมูลส่วนตัวบนพื้นที่ออนไลน์ โดยแคมเปญนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากการล่วงละเมิดและแสวงประโยชน์ทางเพศทางออนไลน์ หลังจากที่รายงานการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า เด็กในประเทศไทยจำนวนมากกำลังตกเป็นผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดและการแสวงประโยชน์ทางเพศทางออนไลน์
จากรายงาน หยุดยั้งอันตรายในประเทศไทย (Disrupting Harm in Thailand Report) ซึ่งจัดทำโดยยูนิเซฟ ร่วมกับเอ็คแพท และอินเตอร์โพล พบว่าในปี 2564 มีเด็กไทยอายุ 12-17 ปี กว่า 400,000 คน หรือเกือบ 1 ใน 10 คนเคยตกเป็นผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดและแสวงประโยชน์ทางเพศผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มักเกิดขึ้นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ และรูปแบบการล่วงละเมิดที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ คือ การที่ภาพหรือคลิปวีดีโอที่มีเนื้อหาทางเพศของเด็กถูกนำไปเผยแพร่ส่งต่อโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม และมีการแบล็กเมล์ หรือข่มขู่ให้เด็กมีสัมพันธ์ทางเพศ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม.
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า“แคมเปญนี้สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนที่เราทุกคนต้องร่วมกันแก้ปัญหาการขู่กรรโชกทางเพศเด็กทางออนไลน์ ซึ่งเราทุกคนมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์และทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน กระทรวงพม. มุ่งส่งเสริมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยแก่เด็กและเยาวชน ขณะเดียวกันเรายังมีการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการให้บริการด้านการคุ้มครองเด็ก รวมถึงการตอบสนองต่อรายงานการล่วงละเมิดและละเลยเด็ก เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อมีเหตุจำเป็นเกิดขึ้น เด็กและเยาวชนจะสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้อย่างทันท่วงที”
แคมเปญ #สงสัยไว้ก่อน เปิดตัวด้วยคลิปวีดีโอความยาว 1 นาที ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แม้มิตรภาพใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์จะน่าตื่นเต้น แต่ก็อาจมาพร้อมความเสี่ยงและอันตรายได้เช่นกัน
.jpg)
คยองซอน คิม
นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟประเทศไทย กล่าวว่า “อาชญากรรมแบบต่างๆ ที่เรายกมาพูดถึงในแคมเปญนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกวันในประเทศไทย ทั้งกับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย แต่ปัญหานี้มักไม่ถูกรายงานเนื่องจากเด็กๆ มักกลัวเกินกว่าที่จะเล่าปัญหานี้ให้ใครฟัง เราทุกคนต้องทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากประสบการณ์เลวร้ายนี้ หน่วยงานทุกภาคส่วนตั้งแต่หน่วยงานด้านการคุ้มครองเด็ก ตลอดจนฝ่ายบังคับใช้กฎหมายและบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยเราเริ่มต้นได้จากการเสริมสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มเด็กและผู้ปกครอง ให้พวกเขามีความเข้าใจถึงความเสี่ยงและมีความระแวดระวังในการส่งต่อข้อมูลหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นบนโลกออนไลน์ รวมถึงมีทักษะในการหลบเลี่ยงหรือตอบสนองเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงหรือตกเป็นเหยื่อของภัยออนไลน์ต่างๆ ด้วย”
นอกจากคลิปวีดีโอเพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เรื่องภัยออนไลน์แล้ว แคมเปญนี้ยังให้ความรู้และเคล็ดลับต่างๆ แก่เด็กและผู้ปกครอง เพื่อที่จะสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ แคมเปญนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาภัยออนไลน์ และสนับสนุนให้เด็กๆ ขอความช่วยเหลือเมื่อพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงหรือเป็นผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดทางเพศและแสวงประโยชน์ทางเพศทางออนไลน์
อีกทั้ง จากรายงานหยุดยั้งอันตรายในประเทศไทย พบว่า เด็กที่เป็นผู้เสียหายเหตุการล่วงละเมิดทางเพศทางออนไลน์จำนวนมากไม่ทราบว่าจะต้องแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน โดยมีเด็กผู้ประสบเหตุเพียง 1 ใน 3คนเท่านั้น ที่ไปแจ้งตำรวจ เด็กหลายคนโทษตัวเองและคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตัวเอง รายงานฉบับนี้ยังพบอีกว่าในหลายกรณี ผู้ก่อเหตุมักเป็นคนที่เด็กรู้จักอยู่แล้ว
รศ.จุมพล รอดคำดี ประธานเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัย กล่าวเสริมว่า “หากเราส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล (Digital Literacy) และทักษะความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence) ให้แก่เด็กและเยาวชน พวกเขาก็จะสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ และเข้าใจถึงผลกระทบจากพฤติกรรมออนไลน์ของพวกเขาได้ เครือข่ายฯ หวังว่าแคมเปญนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันเชิงนโยบายให้มีการออกกฎหมายที่เข้มแข็งขึ้น เพื่อรับมือปัญหาภัยออนไลน์ที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นอีกด้วย”
.jpg)
นางนวลพรรณ ล่ำซำ
นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ มาดามแป้ง ทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้แสดงการสนับสนุนแคมเปญนี้อย่างเต็มที่ และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ร่วมมือกันเพื่อคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์
“ภัยออนไลน์สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน ทุกที่ และทุกเวลา เราต้องคิดไว้เสมอว่าเด็กๆ กำลังเผชิญหน้ากับอาชญากรมืออาชีพ ซึ่งมีประสบการณ์สูงในการล่อลวงเด็ก ดังนั้นเราจึงต้องพัฒนาทักษะและความรู้ของทุกฝ่ายรวมทั้งตัวเด็กเองด้วย เพื่อคุ้มครองพวกเขาจากภัยต่างๆ บนโลกออนไลน์ นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจัง และยกให้ประเด็นการคุ้มครองเด็กเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนของทุกคน”
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย ได้มีการจัดตั้งเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา โดยเป็นโครงสร้างความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและรับมือกับความเสี่ยงและภัยออนไลน์ต่างๆ เครือข่ายฯ นี้นำโดยกระทรวง พม.
มีสมาชิกจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ หน่วยงานภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ตัวแทนเด็กและเยาวชน องค์การระหว่างประเทศ รวมถึงยูนิเซฟ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัย รัฐบาลไทยยังได้กำหนดให้วันอังคารที่สองของเดือนกุมภาพันธ์เป็นวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัย ซึ่งตรงกับวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัยสากลด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ #สงสัยไว้ก่อน คลิกที่ http://www.unicef.org/thailand/th/onlinesafety หรือรับชมวีดีโอแคมเปญรณรงค์ 1 นาที ได้ที่ https://vt.tiktok.com/ZSNUrmUfR/