คุยกัน 7 วันหน : อิสราเอลจะปกครอง ‘ฉนวนกาซา’ แบบใด?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768614

คุยกัน 7 วันหน : อิสราเอลจะปกครอง ‘ฉนวนกาซา’ แบบใด?

คุยกัน 7 วันหน : อิสราเอลจะปกครอง ‘ฉนวนกาซา’ แบบใด?

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.45 น.

ท่ามกลางสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ที่ส่อเค้ายืดเยื้อหลังผ่านพ้นเข้าสู่เดือนที่สองแล้วนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮูประกาศเมื่อวันก่อนว่า อิสราเอลจะเข้าควบคุมด้านความมั่นคงทั้งหมดในฉนวนกาซา หลังสิ้นสุดสงคราม และกองกำลังของอิสราเอลจะอยู่ในกาซาอย่างไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด

แล้วแนวทางที่อิสราเองจะใช้ในการปกครองกาซา จะเป็นรูปแบบไหนได้บ้าง?มีการวิเคราะห์ของบรรดาผู้สันทัดกรณีหลายรูปแบบ สามารถนำมารวบรวมไว้ให้เห็นภาพกว้างๆ ได้ดังนี้

การยึดครองโดยตรง (outright occupation)

ย้อนกลับไปเมื่อสงครามตะวันออกกลางในปี 1967 อิสราเอลได้ยึดครองกาซา, เวสต์แบงก์ และเยรูซาเลมซึ่งเป็นดินแดนที่ชาวปาเลสไตน์ต้องการสร้างเป็นรัฐของพวกเขาในอนาคต ..อิสราเอลได้ผนวกเยรูซาเลมตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเก่า และเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางศาสนา 3 ศาสนาและพิจารณาจะให้ทั้งเมืองเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล (แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้รับการรับรองจากประชาคมระหว่างประเทศ)

ในช่วงเวลานั้น กองทัพอิสราเอลได้ปกครองเวสต์แบงก์ และฉนวนกาซานานหลายสิบปี และปฏิเสธที่จะให้สิทธิพื้นฐานต่อชาวปาเลสไตน์หลายล้านคนทหารได้ประจำการตามจุดตรวจ และจู่โจมเป้าหมายของกองกำลัง และชาวปาเลสไตน์ที่ต่อต้านกฎของอิสราเอล นอกจากนี้ อิสราเอลยังตั้งนิคมในทั้ง 3 พื้นที่ โดยที่ชาวปาเลสไตน์และประชาคมโลกส่วนใหญ่มองว่าการตั้งนิคมเหล่านี้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย

หลังจากที่กองทัพอิสราเอลปกครองพื้นที่ทั้ง 3 โดยตรงยาวนานกว่า 2 ทศวรรษชาวปาเลสไตน์ก็ลุกฮือ หรือที่เรียกว่าอินทิฟาดา (intifada) ช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 อีกทั้งกลุ่มฮามาสก็เริ่มก่อตั้งขึ้นและเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมกับปีกติดอาวุธ ที่กลายมาเป็นความท้าทายขององค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ หรือ PLO ในช่วงเวลานั้น

ใช้โมเดล ‘เวสต์แบงก์’

สนธิสัญญาออสโล (Oslo Accords) หรือข้อตกลงสันติภาพที่เกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 ที่ทำให้เกิดองค์การบริหารปาเลสไตน์ หรือ PAขึ้นมาเพื่อปกครองเขตเวสต์แบงก์ และกาซา ด้วยเป้าหมายเพื่อให้เป็นรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ เคียงข้างอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม ความพยายามสร้างสันติภาพโดยอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯหลายคนประสบความล้มเหลว และ PA ก็สูญเสียอำนาจในการครอบครองกาซา ให้กับฮามาส ในปี 2007 ทำให้ PA เหลือพื้นที่ปกครองเพียงราว 40% ในเขตเวสต์แบงก์ (ซึ่งถูกแบ่งเป็น 3 พื้นที่ ตามสนธิสัญญาออสโล) ซึ่งมีอำนาจหลักในการบริหาร ที่แม้ว่าจะมีกองกำลังตำรวจของตัวเอง ..แต่โดยภาพรวมแล้ว อิสราเอลควบคุมด้านความมั่นคงของพื้นที่เวสต์แบงก์ทั้งหมด

ในขณะที่ประธานาธิบดีมาห์มุดอับบาส ของปาเลสไตน์ ก็ไม่ได้รับความนิยมเพียงพอ เนื่องจากกองกำลังของเขาได้ให้ความร่วมมือกับอิสราเอลในด้านความมั่นคง ทำให้ความหวังที่จะเป็นรัฐของชาวปาเลสไตน์แทบจะหมดสิ้นลงไป อีกทั้งมองว่า PA เป็นเหมือนผู้รับเหมาของอิสราเอล อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ปัจจุบัน อิสราเอลมีทหารหลายหมื่นนายประจำการทั่วเวสต์แบงก์ เพื่อความมั่นคงของผู้ตั้งนิคมชาวยิวกว่า 500,000 คน ในพื้นที่ และยังมีการจู่โจมและการจับกุมในช่วงกลางคืนอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดการปะทะกับกองกำลังในเวสต์แบงก์ อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี่ บลิงเคน เสนอแนะให้PA หวนคืนสู่กาซาหลังสิ้นสุดสงคราม แต่ก็จะยิ่งทำให้ความไม่นิยมในตัวอับบาสทวีความรุนแรงขึ้นในหมู่ชาวปาเลสไตน์ นอกจากจะมีแนวโน้มอย่างเป็นรูปธรรมในการทำให้เกิดรัฐปาเลสไตน์ขึ้น

ใช้โมเดล ‘ฉนวนกาซา’

โมเดลนี้ คือการให้ชาวปาเลสไตน์สายกลางขึ้นมาควบคุมด้านความมั่นคงภายในฉนวนกาซา โดยอิสราเอลเพียงเข้ามาแทรกแซงได้เมื่อเห็นว่าจำเป็นเท่านั้น แต่นั่นก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วเช่นกันเพราะย้อนไปเมื่อปี 2005 ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ที่เกิด “อินทิฟาดา” ที่รุนแรงกว่าครั้งแรก อิสราเอลได้ถอนกำลังทหารและผู้ตั้งนิคมกว่า 8,000 คน ออกไปจากกาซา และ PA เข้ามาบริหารพื้นที่แทน โดยที่อิสราเอลยังคงควบคุมน่านฟ้า ชายฝั่ง และทางข้ามแดนทั้งหมด เปิดไว้เพียง 1 จุดเท่านั้น ปีต่อมา ฮามาสได้ชนะการเลือกตั้ง และทำให้ PA สิ้นอำนาจในการบริหารฉนวนกาซา นำมาสู่การบอยคอตต์ และเกิดวิกฤตทางการเงินอย่างหนัก

หลังจากนั้น อิสราเอลและอียิปต์ได้ปิดล้อมฉนวนกาซา โดยจำกัดการค้าและการเดินทางอย่างหนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่อิสราเอลย้ำว่าเป็นความพยายามควบคุมกลุ่มฮามาส แต่ชาวปาเลสไตน์และนักสิทธิมนุษยชนมองว่า เป็นการลงโทษแบบภาพรวม เนื่องจากกระทบอย่างหนักต่อประชาชนกว่า 2.3 ล้านคน ซึ่งกลุ่มฮามาส ไม่เคยยอมรับการมีอยู่ของอิสราเอลและมุ่งมั่นจะทำลายล้างด้วยการต่อสู้ด้วยอาวุธ

ตลอด 16 ปีมานี้ ทั้งอิสราเอลและฮามาสได้ปะทะกันอย่างหนักหลายครั้ง ซึ่งอิสราเอลได้ผ่อนคลายการควบคุม เพื่อแลกกับการที่ฮามาสหยุดการโจมตีด้วยจรวด และควบคุมกลุ่มติดอาวุธที่หัวรุนแรงมากขึ้น

ใช้โมเดล ‘เลบานอน’

อิสราเอลบุกทางตอนใต้ของเลบานอน ต่อสู้กับกลุ่มกองกำลังปาเลสไตน์ ในปี 1978 และอีกครั้งในปี 1982 นำไปสู่การยึดครองภาคใต้ของเลบานอนนาน 18 ปี และต่อมาสะสมกองกำลังในการสนับสนุน คือ กองทัพภาคใต้เลบานอน (South Lebanon Army – SLA) ซึ่งได้รับการฝึกและติดอาวุธจากอิสราเอล

หลังการบุกปี 1982 กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนจึงก่อตั้งขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันกองกำลังอิสราเอลออกจากประเทศ โดยฮิซบอลเลาะห์ได้โจมตีทั้งกองทัพภาคใต้เลบานอน และกองกำลังอิสราเอล นำมาสู่การถอนกำลังอย่างเต็มรูปแบบในปี 2000 นั่นทำให้กองกำลังภาคใต้เลบานอนล่มสลายลง และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เรืองอำนาจขึ้นมาแทน ซึ่งปัจจุบันกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เป็นกองกำลังที่ทรงพลังที่สุดในเลบานอนโดยมีจรวดและขีปนาวุธราว 150,000 ลูกถือเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งสำหรับอิสราเอล

หนทางอื่น?

อย่างไรก็ตาม บรรดาแกนนำอิสราเอลยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับแผนการในกาซาหลังสงคราม หลายคนบอกว่า ไม่ได้ต้องการกลับไปยึดครองกาซาอีกครั้ง เพียงแต่ต้องการให้กองกำลังมีเสรีภาพในการปฏิบัติการในกาซาเป็นระยะเวลายาวนานอยู่ช่วงหนึ่งหลังจากที่สิ้นสุดสงคราม โดยไม่มีกำหนดชัดเจนว่ายาวนานเพียงใด

เจ้าหน้าที่อิสราเอลบางคน ระบุว่า กำลังหารือเรื่องการตั้งบัฟเฟอร์โซน หรือเขตกันชน เพื่อให้ชาวปาเลสไตน์อยู่ห่างจากพรมแดน ขณะที่สหรัฐฯเรียกร้องให้ PA กลับมาบริหารกาซาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เบนนี แกนต์ซ สมาชิกครม.ชุดสงครามของอิสราเอล ระบุว่า การเตรียมการใดๆ ในอนาคตสำหรับฉนวนกาซา ต้องขึ้นอยู่กับความสงบในแนวรบด้านเหนือของอิสราเอล และเขตเวสต์แบงก์ด้วย

โดย ดาโน โทนาลี

Leave a comment