แหวกฟ้าหาฝัน : Winner of The Manor Art Prize Vaud Exhibition ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770046

แหวกฟ้าหาฝัน : Winner of The Manor Art Prize Vaud  Exhibition ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne

แหวกฟ้าหาฝัน : Winner of The Manor Art Prize Vaud Exhibition ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โดยทั่วไปห้องภาพใหญ่ๆ มักมีการจัดนิทรรศการอยู่เป็นประจำ ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne ก็เช่นกัน นิทรรศการที่ภัณฑารักษ์เลือกมาจัดแสดงก็คืองานของผู้ชนะประกวดรางวัล The Manor Art Prize Vaud รางวัลที่จัดตั้งขึ้นในปี 1982 เพื่อส่งเสริมศิลปินรุ่นเยาว์ชาวสวิส รางวัลที่ประกวดทุกๆ 2 ปี โดยคณะกรรมการจะคัดเลือกผลงานจำนวนหนึ่งมาจัดแสดงผลงานก่อนที่จะมีการตัดสินด้วยเพื่อบ่มเพาะและส่งเสริมให้ศิลปินท้องถิ่นได้มีโอกาสที่จัดแสดงผลงาน ส่วนผู้ชนะประกวดในปี 2022 ก็คือ Sarah Margnetti

Sarah Margnetti เกิดปี 1983 จบปริญญาตรีสาขาทัศนศิลป์จาก EcoleCantonale d’art of Lausanne ในปี 2009และจบปริญญาโทสาขาเดียวกันจาก Geneva University of Art and Design ในปี 2015 อีกทั้งยังเคยอบรมกับ Institute Van der Kelen-Logelain ในบรัสเซลล์ เบลเยียมสถาบันที่อุทิศให้กับงานที่เกี่ยวเนื่องกับงานจิตรกรรมตกแต่งเธอเป็นศิลปินที่ชำนาญในการใช้เทคนิคศิลปะเชิง 3 มิติ หรือ ศิลปะลวงตาทรอมพลุยล์ (Trompe-l’œil) ซึ่งเป็นคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “ลวงตา” เทคนิคนี้คือการสร้างศิลปะแบบหนึ่งที่ทำให้ผลที่ออกมาดูเหมือนมีความเป็นภาพ 3 มิติแม้ว่าจะเป็นจิตรกรรมสองมิติก็ตามจึงทำให้เสมือนหนึ่งเกิดภาพลวงตา ต้นกำเนิดของศิลปะแนวนี้มีมาตั้งแต่สมัยกรีกและโรมันโดยเป็นการเขียนบนฝาผนัง ต่อมาการเขียนภาพเชิง 3 มิตินี้กลายที่นิยมกันโดยมักจะเขียนเป็นหน้าต่าง ประตู หรือโถงทางเดินเพื่อจะทำให้ห้องดูใหญ่โตกว้างขวางขึ้น

เธอได้พัฒนาการสร้างงานโดยการควบรวมภาพลวงตาเข้ากับรูปแบบนามธรรมบนฝาผนังและผืนผ้าใบ งานของเธอมักจะเป็นการนำเอาส่วนประกอบของร่างกาย อาทิ หู จมูก อวัยวะสัมผัส รวมทั้งสมองมาประติดประต่อเข้ากับสถาปัตยกรรมต่างๆ หรืออุปกรณ์ตกแต่งภายใน อาทิ ม่านเวทีละคร เก้าอี้ผู้ชมราวบันได สะพาน เสา ในอวัยวะทั้งหมดของร่างกาย ศิลปินชื่นชอบที่จะเล่นกับหูมากที่สุดโดยใช้หูปะเข้าไปตามสถานที่ต่างๆ อาทิ เสา ประตู หรือแม้แต่แทนที่ตาบนใบหน้าซึ่งสื่อให้เห็นว่าศิลปินเน้นให้ใช้การฟังมากกว่าการพูดและการดู

เธอยังแอบซ่อนความหมายอีกหลายอย่างไว้กับผ้าม่าน ซึ่งโดยปกติมีไว้ใช้กันการมองเห็น แต่การเอาหูไปปะไว้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าม่านสามารถที่จะรู้สึกและได้ยินได้เช่นกันเป็นการตีความอีกนัยหนึ่งของประสาทสัมผัส ยิ่งกว่านั้นการนำเอาอวัยวะมาตกแต่งบนสถาปัตยกรรมยังเป็นการบ่งบอกว่าร่างกายและสถาปัตยกรรมหรือสถานที่สามารถที่จะควบรวมกันได้ ปุ่มปมบนสามารถมีรูปเป็นหู หรือส่วนประกอบของหูสามารถกลายเป็นหัวเสา เสาอาจมีมือเป็นแขนงอกออกมาได้การตีความผลงานของศิลปินที่เน้นความล้ำสมัยสุดๆ นี้ไม่เพียงกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ซ้ำยังสามารถสร้างความสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

Leave a comment