#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/771443

แหวกฟ้าหาฝัน : Rene Auberjonois ใน Cantonal Museum of Fine Arts Lausanne
วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Bathers 1954
แม้สวิสจะไม่ใช่ประเทศใหญ่ ไม่ได้เป็นจักรวรรดิใหญ่ ไม่ได้มีประวัติยาวนาน แต่สวิสเป็นประเทศที่ร่ำรวยมาแต่ไหนแต่ไร ชาวสวิสในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ก็มักมีการศึกษาที่ดีสวิสจึงเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีศิลปิน Modern Art ที่มีชื่อเสียงและเป็นชาวพื้นเมืองหลายคน อาทิ Rene Auber jonois เขาเกิดในครอบครัวคหบดีในปี 1872 และเข้าเรียนวิชาคลาสสิกก่อนจะเริ่มฝึกงานเป็นนายธนาคารก่อนเข้าร่วมเป็นทหารกับกองทัพสวิส หลังจากหัดเล่นดนตรีอยู่พักหนึ่งตอนเดินทางไปอังกฤษครั้งแรกเขาก็ตัดสินใจเป็นจิตรกรและเข้าเรียนที่ Kensington School of Art
ต่อมาในปี 1896 เขาย้ายไปอยู่ปารีสและเข้าเรียนกับ Luc-Olivier Merson ที่ Ecole des Beaux-Arts ซึ่งเขาได้รู้จักกับ Charles Ferdinand Ramuzนักเขียนชื่อดังที่ภายหลังเขาได้ออกแบบละครเวที เสื้อผ้านักแสดงและเขียนภาพลงหนังสือให้ ในช่วงที่เขาอยู่ในฝรั่งเศส เขาเริ่มงานศิลปะตามแนวทางศิลปะแบบImpressionism ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในช่วงเวลานั้น ตามด้วย Street Scene และการผสมผสานตามที่ได้รับอิทธิพลมาจากNabis ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Post Impressionism แนว Realist โดยสร้างสรรค์งานทิวทัศน์ ภาพเหมือน ภาพนู้ด ปี 1908 เขาย้ายกลับสวิสและแต่งงานกับ AugustaGrenier แม้ทั้งสองจะมีลูกชายด้วยกัน2 คน แต่กลับอยู่ด้วยกันได้เพียง 11 ปีลูกคนเล็กของเขาชื่อ Fernand ได้กลายเป็นนักข่าวชื่อดังในสหรัฐฯ และหลานชายของเขา Rene ก็กลายเป็นนักแสดงชื่อดังด้วย

Nude Reclining with Dog 1922
ระหว่างทศวรรษที่ 1910 เขาได้รับการสนับสนุนจาก Hans Graber และสร้างสรรค์ผลงานออกมาจำนวนหนึ่งในปี 1922 เขาแต่งงานใหม่กับ MargueriteHelene Buvelot แต่ก็อยู่กันได้แค่ 7 ปีก็หย่าอีก หลังจากที่มารดาเขาเสียชีวิตและเขาหย่าจากภรรยา เขาก็ขายบ้านและย้ายไปอยู่บ้านหลังเล็กๆ ใกล้กับ Ramuz จวบจนปี 1933 ที่เขาทะเลาะกับ Ramuz และย้ายออกในปี 1935 เขาได้รับการว่าจ้างให้วาดภาพในโบสถ์ที่ Dezaley แต่เขากลับสร้างงานไม่เป็นที่น่าพอใจจนต้องปลีกตัวออกจากสังคม ในทศวรรษที่ 1930 เขาเริ่มเปลี่ยนแนวทางการสร้างผลงานเป็นExpressionism ที่ใกล้เคียงกับModigliani มากขึ้น ยิ่งช่วงที่เขามีปัญหากับ Ramuzเพื่อนสนิท เขายิ่งใช้สีน้อยและหมองหม่นมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ในช่วงหลัง เขากลับมาสร้างสรรค์งานที่มีสีสันมากขึ้นจนได้ชื่อว่าเป็น Colourist อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของ Delacroix และ Rembrandt ช่วงทศวรรษที่
1940 ผลงานของเขาได้รับการยอมรับมากขึ้นส่งผลให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้น แต่เขากลับไม่มีความสุข เพราะสุขภาพไม่ดี และเพื่อนสนิทของเขาRamuz เสียชีวิตในปี 1947 เขาจึงหันเหเข้าหางานมากยิ่งขึ้นไปอีกจนขึ้นสู่จุดสูงสุดในปี 1948 เมื่อเขามีอายุได้76 ปี ตลอดชั่วชีวิต เขาเป็นคนขึ้นๆ ลงๆ เขามักไม่ค่อยพอใจผลงานของตัวเองและทำลายผลงานตัวเองอยู่เนืองๆ อันเป็นผลมาจากการที่เขาเป็นคนชนิดสุดโต่ง อีกทั้งไม่มีการรับศิษย์อย่างจริงจัง เขาได้มีโอกาสรับรู้ถึงชื่อเสียงของตัวเองในระดับนานาชาติก่อนเสียชีวิตได้ 2 ปี ในปี 1955 นักท่องเที่ยวที่ได้ชมผลงานของเขาใน Cantonal Museum of Fine Arts Lausanne จะเห็นว่างานของเขาในแต่ละช่วงเวลาแตกต่างกันมากจนแทบจะไม่เชื่อเหลือว่ามาจากศิลปินคนเดียวกัน

Ubu Roi 1935

Road in the Valais 1941

Still Life with Fork 1953

Self Portrait 1929

Self Portrait 1915