กรมชลฯเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ภาคใต้ตอนล่างรับมือฝนตกหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772562

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายก่อพงศ์ เจ้ยแก้ว ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน กล่าวว่า 5 จังหวัดภาคใต้ตอนกลาง ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และภูเก็ต ได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก จึงกำหนด 6 แนวทางปฏิบัติ ซึ่งจะสอดคล้องกับ 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ในการรับมือ

สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมนั้น จะเป็นจุดที่น้ำท่วมซ้ำซาก ฝั่งตะวันออกในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้แก่ บริเวณเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช สนามบินนครศรีธรรมราช และพื้นที่โดยรอบ เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง พื้นที่ลุ่มน้ำตาปีตอนบน แหล่งชุมชนในเขตลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกและตะวันตก พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังตอนบนและตอนล่าง พื้นที่ติดทะเลของสวนส้มโอทับทิมสยามรวม 3,500 ไร่ ใน ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้แก่ บริเวณเทศบาลตลาดไชยา ที่ลุ่มริมแม่น้ำตาปี ตั้งแต่ อ.พระแสง อ.เคียนซา อ.พุนพิน และพื้นที่โครงการฝายคลองท่าทอง ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 15 ได้จัดเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำพร้อมเสริมคันดินระยะทาง 900 เมตร ในพื้นที่ ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากคลองบางจากไหลล้นเข้าท่วมสวนส้มโอแล้ว

ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตก 3 จังหวัด คือ พังงา ภูเก็ต และกระบี่ แม้ไม่มีสถานการณ์ฝนตกหนัก แต่ได้เตรียมความพร้อมจัดกำลังคนเครื่องจักรกลเข้าประจำ 12 จุดเสี่ยง รวมทั้งเครื่องจักร เครื่องมือประจำการในพื้นที่ที่สำนักงานชลประทานที่ 15 รับผิดชอบทั้งสิ้น 177 เครื่อง

“ฤดูฝนในพื้นที่ภาคใต้จะเริ่มประมาณเดือนพฤศจิกายน ซึ่งก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝน สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้กำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอกเพิ่มประสิทธิภาพการระบายบริเวณประตูน้ำระบายน้ำ (ปตร.) แม่น้ำสายสำคัญ คลองสายย่อย รวมระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร กำจัดวัชพืชได้กว่า 10,000 ตัน นอกจากนี้ได้ประสานโครงการชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนหากเกิดสถานการณ์ที่บ่งชี้เหตุอุทกภัยล่วงหน้า พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันผ่านสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง” ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 กล่าว

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้ง 14 แห่ง ของกรมชลประทานในพื้นที่ 5 จังหวัดดังกล่าว ซึ่งอยู่ในฝั่งตะวันออก 6 อ่าง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 167 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 70 ของปริมาณเก็บกัก สามารถรับน้ำได้อีก 49 ล้าน ลบ.ม.ฝั่งตะวันตก 8 อ่างมีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 58.2 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 90 ของปริมาณเก็บกัก สามารถรับน้ำได้อีก 5 ล้าน ลบ.ม. สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ดี ได้บริหารจัดการน้ำตามเกณฑ์กำหนดในฤดูฝนนี้อย่างรัดกุม ไม่ให้กระทบพื้นที่ท้ายน้ำ รวมถึงบริหารน้ำต้นทุนสำรองเพื่อใช้อุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ และเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง

Leave a comment