#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/774216

แหวกฟ้าหาฝัน : Alice Bailly ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne
วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
The Pink Garden 1907
ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne นอกจากจะมีงานของ Louis Adolphe Soutter และ Rene Auberjouis ศิลปินชาวสวิสทั้งสองคนที่โด่งดังแล้วยังมีงานของศิลปินของ Alice Bailly ศิลปินหญิงชาวสวิสที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์งานหลากหลายแนวอีกคนอยู่เป็นจำนวนมากด้วย Bailly เกิดวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1872 ในครอบครัวที่มีพ่อเป็นพนักงานไปรษณีย์ และมีแม่เป็นครูสอนเยอรมันในเมืองเจนีวา เดิมนั้นเธอใช้นามสกุล Bally แต่นักวิพากษ์ศิลป์เรียกนามสกุลเธอผิดเป็น Bolly เธอจึงเปลี่ยนนามสกุลเป็น Bailly เพื่อป้องกันความสับสน
บิดาของเธอเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 14 ปี แต่เธอยังได้เข้าเรียนที่ Ecole des Beaux-Arts โดยเรียนในหลักสูตรหญิงล้วนด้วยวัตถุประสงค์ที่จะให้เธอได้พัฒนาความสามารถมากกว่าที่จะสอนให้เธอเรียนศิลปะตามกระแสหลัก เนื่องจากเธอมีความสามารถมากจนสามารถได้ทุนไปเรียนต่อที่มิวนิคในเยอรมนี แต่เธอกลับไม่ประสบความสำเร็จและไม่ชอบการเรียนในห้องเรียนจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปศึกษาภาพเขียนของศิลปินที่ประสบความสำเร็จเก่าๆ อาทิ Rubens, Van Dyck ที่ Munich Art Gallery
หลังจากไม่ประสบความสำเร็จจากมิวนิค เธอกลับไปสวิส และทำงานจิตรกรรมและแกะสลัก ปี 1904 เธอย้ายไปปารีส และได้รู้จักกับจิตรกรเพิ่มขึ้นอีกหลายคน อาทิ Juan Gris, Francis Picabia, Albert Gleizes,Jean Metzinger, Fernand Léger, SoniaLewitska และ Marie Laurencin ในช่วงเวลาที่อยู่ในปารีส เธอให้ความสนใจกับศิลปะแนว Fauvism งานของเธอในช่วงนั้นเน้นการใช้สีที่หนักแน่น บวกกับขอบสีเข้มที่ชัดเจน และเน้นกายภาพและช่องว่างที่ไม่เป็นจริง ผลงานแนวนี้ของเธอกลับได้รับการจัดแสดงที่ Salon d’Automne ร่วมกับศิลปินแนว Fauvism หลายคนในปี 1908

Woman with Fan 1913
หลังจากประสบความสำเร็จระดับหนึ่งในต่างประเทศ เธอก็เดินทางกลับไปตั้งรกรากในสวิส แต่ก็ได้มีโอกาสออกจัดนิทรรศการยังรัสเซีย อังกฤษ และสเปนเป็นครั้งคราว หลังจากนั้นเธอเริ่มเปลี่ยนแนวทางในการสร้างสรรค์งานเป็นแบบ Futurism จวบจนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเริ่มขึ้น เธอเริ่มสร้างงานบนไม้ด้วยแนวทางศิลปะแบบ Cubism ทำให้ ช่วงระหว่างปี 1913-22 เธอสร้างงานแนวนี้ได้มากถึง 50 ชิ้น ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น แนวทางศิลปะแบบ Dadaism เริ่มเป็นที่รู้จัก เธอก็ได้สร้างสรรค์ผลงานแนวนี้ด้วยหัวข้อที่เกี่ยวเนื่องกับสงครามและหายนะจากสงคราม แต่สาธารณชนกลับไม่ชอบผลงานแนวนี้ของเธอ
เธอยังเป็นศิลปินอีกผู้หนึ่งที่ได้มีโอกาสจัดแสดงผลงาน ณ Salon de Independent ที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้ศิลปินนอกกระแสมีที่จัดแสดงผลงาน ร่วมกับศิลปินหญิงอื่นๆ ที่สร้างสรรค์งานแนว Cubism อยู่หลายครั้งแต่นักวิพากษ์ศิลป์ส่วนหนึ่งกลับวิจารณ์อย่างเสียหายว่างานของเธอกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวและโรคทางตา หลังปี 1923เธอย้ายไปอยู่ Lausanne เป็นการถาวร เธอได้รับการว่าจ้างให้เขียนภาพตกแต่งโรงละคร เธอบ่นให้เพื่อนๆ ฟังว่า เหนื่อยอ่อนล้ากับการสร้างงานและความคาดหวังของผู้คนจากงานนี้มากจนทำให้ร่างกายอ่อนแอ และเสียชีวิตจากวัณโรคในปี 1938 เธอได้ทำพินัยกรรมให้ขายผลงานศิลปะของเธอเพื่อนำเงินไปก่อตั้งมูลนิธิช่วยเหลือศิลปินสวิสรุ่นเยาว์ต่อไป
นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสชื่นชมผลงานของ Bailly ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne จะเห็นว่า เธอเป็นศิลปินหญิงที่มากความสามารถ ทั้งนี้เพราะเธอสามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างมีชีวิตชีวาโดยใช้สีสันที่สดใสด้วยเทคนิคของแนวทางศิลปะที่แตกต่างกันลิบลับในช่วงเวลาเดียวกัน

The Concert in the Garden 1920


The Green Tree 1912

