#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751870

1 ม.ค. 2567 05:40 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
สี จิ้นผิง ส่งสารปีใหม่ ชมเศรษฐกิจฟื้นเร็วขึ้น-ลั่นจะรวมไต้หวันให้ได้
สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนส่งสารวันปีใหม่ ชื่นชมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เร็วขึ้น แต่ยอมรับว่ามีอุปสรรครอดอยู่ เขายังให้คำมั่นด้วยว่า จะกลับไปรวมเป็นหนึ่งกับไต้หวันให้ได้อย่างแน่นอน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของประเทศจีน กล่าวปราศรัยเนื่องในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ธ.ค. 2566 โดยชื่นชมเศรษฐกิจของประเทศว่า ฟื้นตัวได้เร็วและมีชีวิตชีวามากขึ้นในปี 2566 แม้ตัวเลขทางการเงินจะยังคงน่าผิดหวัง เพราะการฟื้นตัวหลังการระบาดของโควิด-19 ยังติดขัด
นายสีกล่าวในรายการของสถานีโทรศัพท์ ซีซีทีวี ว่า เศรษฐกิจรอดพื้นจากพายุ และกำลังฟื้นตัวและมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม พร้อมยกย่องการส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง และการกำเนินของอุตสาหกรรมใหม่เช่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า, แบตเตอรี่ลิเทียม และแผงโซลาร์เซลล์
ประธานาธิบดีบอกอีกว่า ในปีหน้า (พ.ศ.2567) “เราจะต้อง … รวมเข้าด้วยกันและเพิ่มเทรนด์ด้านบวกของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพในระยะยาว” อย่างไรก็ตาม นายสียอมรับว่ามีความยากลำบากรออยู่ บางบริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันด้านการบริหาร ขระที่บางคนกำลังเจอปัญหาการจ้างงานและสภาพการใช้ชีวิต
“เรื่องทั้งหมดนี้ทำให้ผมกังวลมาก” นายสีกล่าว “เป้าหมายของเรานั้นทั้งทะเยอทะยานแต่ก็ง่ายมาก เพราะในท้ายที่สุดมันก็คือการช่วยผู้คนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น”
ทั้งนี้ จีนยังคงเผชิญปัญหาการจ้างงานในหมู่คนอายุน้อยต่ำจนเป็นสถิติ และวิกฤติหนี้ที่คาราคาซังในภาคอสังหาริมทรัพย์ ก็ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการเติบโตของจีนในปีนี้ ส่วนตัวเลขอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ออกมาในวันอาทิตย์ก็แสดงให้เห็นว่า กิจกรรมการผลิตของประเทศลดลงไปอีกในเดือนธันวาคม และเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันแล้ว
ในด้านความสัมพันธ์กับไต้หวัน นายสีประกาศว่า มาตุภูมิจะกลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแน่นอน “เพื่อนร่วมชาติบนสองฟากช่องแคบ ควรผูกพันกันด้วยสามัญสำนึกในเป้าหมายที่จะแบ่งปันความเจริญรุ่งเรืองของคนหนุ่มสาวในประเทศ”
นายสียังฝากข้อความถึง วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียด้วย โดยกล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศที่เข้มแข็งขึ้นในปี 2566 “ในการเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในรอบศตวรรษ แลพความปั่นป่วนในภูมิภาคและสถานการณ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียยังคงแข็งแรง,พัฒนาอย่างแน่วแน่ และเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna