ตะลอนเที่ยว : กุสินารา เมืองที่พระสมณโคดมเสด็จดับขันธปรินิพพาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/780556

ตะลอนเที่ยว : กุสินารา เมืองที่พระสมณโคดมเสด็จดับขันธปรินิพพาน

ตะลอนเที่ยว : กุสินารา เมืองที่พระสมณโคดมเสด็จดับขันธปรินิพพาน

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2567, 08.19 น.

เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม Mr.Flower พาผู้อ่านแนวหน้ากลุ่มเล็กๆ ไปเมืองกายา หรือคยา รัฐพิหาร สถานที่ตั้งเจดีย์พุทธคยา สังเวชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งอันสืบเนื่องกับสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระสมณโคดม เพราะเป็นสถานที่ทรงตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เมื่อวันเพ็ญเดือนหก ก่อนปีพุทธศักราช 45 ปี สำหรับในช่วงเวลาที่คณะของเราไปพุทธคยานั้น องค์ทะไล ลามะ เท็นซิน กยัตโส ทะไล ลามะ องค์ที่ 14 เสด็จ ณ พุทธคยาด้วย

นอกจากไปเมืองกายาแล้ว ยังนำไปที่ธัมเมกขสถูป ณ เมืองสารนาถ ในนครพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ (เดิมอยู่ในแคว้นกาสี สมัยพุทธกาล) เพื่อไปที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน สถานที่แสดงปฐมเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรโปรดปัญจวัคคีย์ ในวันเพ็ญ เดือนแปด ก่อนปีพุทธศักราช 45 ปีสำหรับธัมเมกขสถูปเป็นสังเวชนียสถานอีกแห่งหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นอกจากนำสมาชิกไปที่สังเวชนียสถานทั้งสองแห่งคือเจดีย์พุทธคยา และธัมเมกขสถูปแล้ว ยังนำสมาชิกไปล่องแม่พระคงคา เพื่อชมพิธีอารตีในยามค่ำ แล้วก็ยังหวนกลับไปชมแม่พระคงคาในยามรุ่งอรุณ เพื่อชมการทำพิธีอาบน้ำล้างบาปในแม่น้ำของผู้นับถือศาสนาฮินดูอีกด้วย

เมื่อไปกราบนมัสการสังเวชนียสถานมาแล้วสองแห่ง ก็ทำให้มีเสียงเรียกร้องว่าขอให้นำพาไปกราบนมัสการสังเวชนียสถานอีกสองแห่งที่เหลือคือสาลวโนทยาน เมืองกุสินารา จังหวัดเทวริยา รัฐอุตตรประเทศ สถานที่ที่พระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพาน และเมืองลุมพินีวัน อำเภอไภรวา แคว้นอูธ ประเทศเนปาล สถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งในกาลต่อมาได้ทรงตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงเป็นพระสมณโคดมพุทธเจ้า 

ดังนั้น Mr.Flower จึงกำหนดจัดทริปไปยังเมืองกุสินาราและลุมพินีวัน ในวันที่ 21-26 กุมภาพันธ์2567 เพื่อนำสมาชิกไปกราบนมัสการสังเวชนียสถานอีกสองแห่ง คือสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน และสถานที่ประสูติ

โดยมีกำหนดการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ไปยังเมืองพาราณสี แล้วนั่งรถต่อไปยังเมืองกุสินารา เมืองทั้งสองแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากกันประมาณ 245 กิโลเมตร แต่ต้องบอกให้ทราบว่าระยะทางที่คนไทยบอกว่าแค่เพียง 245 กิโลเมตรนั้น มันต่างกันมากระหว่างหนทางเท่านี้ในประเทศไทยกับหนทางในประเทศอินเดีย เพราะระยะทาง 245 กิโลเมตรในอินเดีย อาจต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่า 7-8 ชั่วโมงก็ได้ หากมีการจราจรคับคั่งมากๆ เพราะถนนระหว่างเมืองในอินเดียเล็กและแคบมาก ยกเว้นถนน super highway แต่แม้จะใช้ super highway ก็ต้องเจอกับข้อบังคับทางกฎหมายคือห้ามขับรถยนต์เร็วกว่ากำหนด ซึ่งกำหนดไว้ที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงแม้จะกำหนดไว้ตามนั้น แต่เมื่อขับรถจริงๆ ก็ไม่เคยได้ใช้ความเร็วตามกำหนด เพราะรถยนต์และรถอื่นๆ เช่น จักรยานยนต์ รถบรรทุกขนาดใหญ่ และรถไถนา รถอีแต๋นต่างใช้ถนน super highway กันมากมาย แถมถนนบางช่วงยังก่อสร้างมายาวนาน ดังนั้นจึงทำให้ระยะทางแค่ 245 กิโลเมตรแต่ต้องใช้เวลาเดินทางนานมาก เพราะฉะนั้น คณะของเราอาจจะแวะพักนอนค้างคืนที่ไวสาลี หรือไพสาลี หนึ่งคืนครั้นรุ่งเช้าก็เดินทางต่อไปกุสินารา แล้วพักค้างคืนที่กุสินารา จากนั้นเราก็จะไปกราบนมัสการพระมหาปรินิพพานสถูป และวิหารปรินิพพาน รวมถึงมกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และไปยังสถานที่ซึ่งโทณพราหมณ์จัดแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้กับเจ้าผู้ครองแคว้นต่างๆ และที่สำคัญคือเราจะไปพักกันที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ วัดสำคัญทางศาสนาพุทธในเมืองกุสินารา และทำบุญทำกุศลร่วมกันที่วัดแห่งนี้ 

วันต่อไปจะเดินทางข้ามพรมแดนอินเดียเข้าสู่ประเทศเนปาล เพื่อไปเมืองลุมพินีวัน โดยจะค้างคืนที่ลุมพินีวันแล้ววันต่อมาจึงจะใช้สายการบินในประเทศเนปาลบินไปกรุงกาฐมาณฑุ พักที่กรุงกาฐมาณฑุหนึ่งคืนพร้อมกับพาเที่ยวชมโบราณสถานในเมืองหลวงของเนปาล แล้ววันรุ่งขึ้นในช่วงเย็นๆ ของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เดินทางกลับประเทศไทย โดยบินออกจากกรุงกาฐมาณฑุไปยังกรุงเทพมหานคร

นี่คือกำหนดการเดินทางโดยคร่าวๆ หากคุณๆ สนใจร่วมทริปที่มีสมาชิกเพียงจำนวนเล็กน้อย (ไม่เกิน 20 คน)กับ Mr.Flower โปรดติดต่อที่ 091-7233615 ขออนุญาตย้ำว่าด่วนนะครับ เพราะรับสมาชิกได้อีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

Leave a comment