#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/782153

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไข้จากยุงอันตราย แต่ป้องกันได้
วันจันทร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2567, 07.30 น.
สัปดาห์ก่อน มีผู้ใหญ่ซึ่งผู้เขียนเคารพมากท่านหนึ่งป่วยเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากไข้ เดิมทีท่านเป็นผู้สูงอายุที่ร่างกายแข็งแรงดี เมื่อเจ็บป่วยถึงขนาดต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจึงทำให้ญาติสนิทมิตรสหายต่างตกอกตกใจไปตามๆ กัน สาเหตุที่ทำให้ท่านต้องเข้าโรงพยาบาลคือ เป็นไข้ ร่วมกับมีอาการปวดขาและอ่อนเพลียมาก ก็นึกว่าจะแค่หาหมอรับยากลับบ้าน ปรากฏว่าตรวจพบว่าเป็นไข้ซิกา จึงต้องถูกรับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล
สัปดาห์นี้จึงมาคุยกันในเรื่องของไข้จากยุงอีกครั้งหนึ่ง ก่อนอื่นเรามาทบทวนกันก่อนว่า เมื่อคนหนึ่งคนเป็นไข้ สามารถนึกถึงอะไรได้บ้าง ไข้สามารถเกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งไวรัส แบคทีเรีย รานอกจากนั้นยังเกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น การอักเสบ โรคมะเร็ง โรคทางภูมิคุ้มกัน
ดังนั้น เมื่อเป็นไข้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีภูมิคุ้มกันไม่ปกติ เช่น ในเด็กเล็ก ในคนแก่ ในคนอ้วน หรือคนที่เจ็บป่วยโรคเรื้อรังที่ยังคุมอาการได้ไม่ดี จึงเป็นเรื่องที่ห้ามนิ่งนอนใจ ถ้ากินยาลดไข้ตามอาการทุก 6 ชั่วโมงแล้วสัก 24-48 ชั่วโมงแล้วไม่ดีขึ้น หรือในทางกลับกันมีอาการอื่นนอกเหนือจากไข้เพิ่มเติมอีก เช่น ในรายที่ยกตัวอย่างขึ้นมานี้ ทางที่ดีควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุหรือรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป ที่สำคัญคือ ไม่ควรเสาะหายาที่แรงกว่าพาราเซตามอลมากิน เพราะนั่นหมายถึงยาบรรเทาการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ซึ่งจะอันตรายมากหากสาเหตุของไข้นั้นคือไข้เลือดออก
ส่วนไข้ซิกา โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งมีพาหะคือยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของไข้อีกหลายๆ ไข้ เช่น ไข้เลือดออก ไข้ปวดข้อชิคุนกุนยา (Chikungunya)
ไข้ซิกามีระยะฟักตัวของโรคนี้โดยประมาณคือ 4-7 วัน โดยอาการสำคัญคือ ไข้ ผื่น ปวดหัว ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ในคนทั่วไปอาจไม่ต้องถึงกับถูกรับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล เพียงแต่พักผ่อนให้เต็มที่ดื่มน้ำมากๆ ใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามอาการ เพียงไม่กี่วันก็อาจจะหายดี
แต่อย่างที่เกริ่นข้างต้นว่าคนที่อ่อนแอกว่าคนทั่วไป การติดเชื้อนี้รวมถึงไข้อื่นๆ ที่มียุงลายเป็นพาหะ อาจทำให้ป่วยหนักจนเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่เพียงพอและเหมาะสมอย่างทันท่วงที ที่น่ากลัวคือการติดเชื้อไข้ซิกาหญิงตั้งครรภ์ มีโอกาสทำให้ทารกพิการแต่กำเนิด เกิดภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการของสมอง
วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไข้ซิการวมถึงไข้อื่นๆ ที่เกิดจากยุงลายเป็นพาหะ คือการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย การป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด ในระดับครัวเรือน และระดับบุคคลเราต้องสำรวจบริเวณที่มีน้ำขัง ภาชนะรองรับน้ำ และจัดการให้เหมาะสม หากจำเป็นต้องอยู่ในที่เสี่ยงยุงกัดควรสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด ใช้ยากันยุง หรือเครื่องดักจับยุง หากพบว่าสถานที่ที่เราอยู่มียุงชุกชุมอาจต้องประสานกันหน่วยงานเพื่อทำการพ่นยากำจัดยุง สมาชิกกลุ่มอ่อนแอเป็นพิเศษ เช่น เด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียงที่ช่วยเหลือดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องได้รับการป้องกันการถูกยุงกัดเป็นพิเศษ
หนึ่งในข่าวดีสำหรับการจัดการไข้ที่มีพาหะจากยุงลายคือ ในปัจจุบันเรามีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกใช้แล้ว โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทยได้ให้การรับรองให้ใช้ได้แล้ว 2 ชนิด ซึ่งมีความแตกต่างกันในรายละเอียดทั้งในแง่ของช่วงอายุที่ฉีดได้ จำนวนเข็มที่ต้องฉีด คุณสมบัติของคนที่ควรฉีด รวมถึงราคา
อย่างไรก็ตามในคนที่เสี่ยงต่อการติดไข้เลือดออกสามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อพิจารณาความจำเป็นเลือกชนิดของวัคซีนที่เหมาะสมกับแต่บุคคลได้และที่สำคัญที่สุดอีกประเด็นหนึ่งคือ เมื่อเป็นไข้และยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ยาลดไข้ที่ควรใช้คือ พาราเซตามอลร่วมกับการเช็ดตัวเท่านั้น สำหรับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับวัคซีนอาจสอบถามได้ที่ศูนย์ข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ line@guruya
รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย