#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2760057

2 ก.พ. 2567 09:42 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ลาวเดินหน้าสร้าง “เขื่อนหลวงพระบาง” แม้เสี่ยงถูกถอดสถานะ “เมืองมรดกโลก”
ลาวยังคงเดินหน้าสร้าง “เขื่อนหลวงพระบาง” กั้นแม่น้ำโขงที่ไหลผ่าน ท่ามกลางความวิตกว่า การกักน้ำและปล่อยน้ำของเขื่อนหลวงพระบาง อาจกลายเป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบให้เมืองเก่าแก่แห่งนี้ต้องหลุดสถานะ “เมืองมรดกโลก” ขององค์การยูเนสโก ในการประชุมเดือนกรกฎาคมนี้
เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2567 สำนักข่าว AP รายงานว่า รัฐบาลลาวยังคงเดินหน้าสร้าง เขื่อนหลวงพระบาง ที่กั้นแม่น้ำโขง อยู่ห่างจากตัวเมืองมรดกโลก หลวงพระบาง ออกไปทางต้นน้ำประมาณ 25 กิโลเมตร ท่ามกลางความวิตกว่า การกักน้ำและปล่อยน้ำของเขื่อนหลวงพระบาง อาจกลายเป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบให้เมืองเก่าแก่แห่งนี้ต้องหลุดสถานะ “เมืองมรดกโลก” ขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ซึ่งทางคณะกรรมการเมืองมรดกโลก ของยูเนสโก จะมีการพิจารณาการถอดสถานะในเดือนกรกฎาคม ระหว่างการประชุมในกรุงนิวเดลี ของอินเดีย และเมืองหลวงพระบางอยู่ในรายชื่อที่จะพิจารณาด้วย
โดยเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางแห่งนี้ เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทไทย-ลาว มีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 150,000 ล้านบาท หากสร้างเสร็จจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 1,460 เมกะวัตต์ เป็นหนึ่งในแผนการของรัฐบาลลาวที่ต้องการจะสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง ทั้ง 9 แห่ง ตามแผนยุทธศาสตร์การเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
ขณะที่ก่อนหน้านี้ องค์การยูเนสโกออกรายงานที่ระบุว่า การก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำหลวงพระบาง ซึ่งถือเป็นเขื่อนแห่งที่สองของเมือง อาจเปลี่ยนเมืองริมน้ำแห่งประวัติศาสตร์ ให้กลายเป็นเพียงเมืองริมทะเลสาบแห่งหนึ่งและหากไม่ได้รับการแก้ไข หลวงพระบางอาจสูญเสียสถานะเมืองแห่งมรดกโลก
นายฟิลิป เฮิร์ช ศาสตราจารย์กิตติคุณ สาขาภูมิศาสตร์มนุษย์ แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ในออสเตรเลียกล่าวว่า แม่น้ำที่เคยไหลเอื่อยเป็นระยะทางยาวหลายร้อยกิโลเมตร จะหยุดลงเมื่อเขื่อนสร้างเสร็จ และจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วม และแม่น้ำโขงจะถูกแปรสภาพเป็นทางน้ำเพื่อประโยชน์ด้านอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ การสร้างเขื่อนหลวงระบางยังก่อให้เกิดปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานของชาวบ้านกว่า 500 ครัวเรือน กระทบต่อชุมชนกว่า 20 หมู่บ้าน โดยนายสม โพน วัย 38 ปี ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวในหลวงพระบาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีชาวบ้านได้รับผลกระทบ ต้องย้ายถิ่นฐานออกไปแล้วเพราะระดับน้ำสูงขึ้นจนท่วมบ้านเรือน
ขณะเดียวกัน นายไบรอัน อีเลอร์ ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโครงการความยั่งยืน น้ำและพลังงาน ของศูนย์สติมสัน ในรัฐวอชิงตัน ของสหรัฐฯ กล่าวว่า การสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง จะทำให้การสัญจรทางเรือ และการล่องเรือชมธรรมชาติในแม่น้ำ ซึ่งได้รับความนิยมจากคนในท้องถิ่นและบรรดานักท่องเที่ยว จะค่อยๆ ลดลงและจะถูกแทนที่ด้วยรถบัสโดยสารในเมือง
เมืองหลวงพระบาง ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาทางตอนเหนือ เป็นเมืองหลวงของลาวตั้งแต่ศตวรรษที่ 14-16 ก่อนที่จะถูกย้ายไปยังเวียงจันทน์ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์มีวัดพุทธหลายแห่ง ขณะที่การขุดเจาะของปั้นจั่นขนาดใหญ่เพื่อสร้างเขื่อน ทำให้เกิดผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆ และคุกคามต่อระบบนิเวศวิทยา ตลอดจนวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบที่ไม่อาจหวนกลับคืนได้.