#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/786354

ตะลอนเที่ยว : วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร วัดบรมสุข
วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.
วัดในกรุงเทพฯ มีมากมายหลายร้อยวัด หากอ้างตามข้อมูลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่ามีวัดที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานฯ รวมทั้งสิ้น 450 วัดแบ่งเป็นพระอารามหลวง หรือวัดหลวง คือวัดที่พระเจ้าแผ่นดินทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงสร้างขึ้น รวมถึงวัดที่พระบรมวงศานุวงศ์ทรงสร้าง ทรงบูรณะ และร่วมถึงวัดที่มีผู้สร้างแล้วน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นวัดหลวงรวมทั้งสิ้น 95 วัด ส่วนอีก 455 วัด คือวัดที่ประชาชนสร้างขึ้น หรือบูรณปฏิสังขรณ์
วันนี้จะชวนคุณไปกราบนมัสการพระประธานของวัดบรมนิวาสราชวรวิหารและเที่ยวชมความงามของวัดนี้ด้วยกันวัดบรมนิวาส เดิมชื่อวัดบรมสุข ตั้งอยู่บนถนนพระรามที่ 6 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดราชวรวิหาร ตามประวัติกล่าวว่าวัดนี้สร้างโดยพระอินทรเดชะ (อาด) แต่สร้างไม่สำเร็จจึงน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ได้ถวายเมื่อครั้งพระองค์ยังทรงผนวชเป็นสมเด็จพระวชิรญาณภิกขุ
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดนี้ถูกเรียกว่าวัดนอก เพราะอยู่นอกกำแพงพระนคร เป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี เน้นการปฏิบัติวิปัสสนา ส่วนวัดในคือวัดบวรนิเวศ เพราะตั้งอยู่ในเขตกำแพงเมือง เป็นวัดฝ่ายคามวาสี เน้นการศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎก

วัดบรมสุขได้รับพระราชทานนามว่าวัดบรมนิวาสเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นทรงราชย์ วัดแห่งนี้มีพระอุโบสถขนาดกะทัดรัดหน้าบันประดับตราพระมหามงกุฎล้อมด้วยลายพรรณพฤกษา การที่ทรงให้สร้างหน้าบันพระอุโบสถเป็นพระมหามงกุฎแทนรูปปั้นพระนารายณ์ทรงสุบรรณ แสดงให้เห็นว่ารัชกาลที่ 4 ทรงปรับเปลี่ยนแบบพระราชนิยมจากเดิมเป็นแบบตะวันตกมากขึ้น เพราะตะวันตกมักใช้ตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์บนอาคารสถานที่และบนเครื่องใช้ส่วนในราชสำนัก ซึ่งเห็นได้ชัดในอังกฤษและฝรั่งเศสแต่ก็ยังทรงรักษาความเป็นศิลปะไทยไว้อย่างเคร่งครัดด้วยการทรงให้สร้างลายพรรณพฤกษาล้อมตราพระมหามงกุฎ ส่วนซุ้มประตูและลวดลายบนบานหน้าต่างบานประตูก็ยังทรงให้เป็นแบบไทยและแบบตะวันออก โดยทรงให้ทำลวดลายเป็นพรรณพฤกษาและมีเซี่ยวกางหรือทวารบาลแบบจีนประดับไว้ นี่คือการทรงผสมผสานศิลปะของโลกของตะวันออกกับโลกของตะวันตกอย่างลงตัว
พระประธานในพระอุโบสถมีนามว่าทศพลญาณ อัญเชิญมาจากเมืองพิษณุโลก ส่วนจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถเป็นฝีมือวาดของขรัวอินโข่ง โดยทรงออกแบบภาพปริศนาธรรมโดยสมเด็จพระวชิรญาณภิกขุ ภาพปริศนาธรรมแบบนี้จะพบเพียงสองแห่งคือในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดบรมนิเวศเท่านั้น โดยเรื่องราวยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา แต่ใช้กลวิธีการเล่าเรื่องผ่านภาพเขียนโดยผ่านปริศนาธรรมโดยภาพทั้งหมดมี 12 ภาพ แต่ภาพในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศมีทั้งหมด 21 ภาพ (เนื่องจากขนาดของพระอุโบสถต่างกัน) ย้ำว่าเมื่อเข้าไปในพระอุโบสถ ขอให้พินิจพิเคราะห์ภาพจิตรกรรมฝาผนังให้ดี แล้วจะเห็นว่ามีความล้ำสมัยมากในยุคกว่า 170 ปีมาแล้ว

และขอให้ชมความงามของบานประตูพระอุโบสถด้วย เพราะเป็นงานมุกฝีมือช่างหลวงที่วิจิตรมาก บานประตูนี้ถูกกล่าวขานนามว่าบานประตูพระมหากษัตริย์ (รัชกาลที่ 4) และบานประตูพระราชินี (สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี) ซึ่งจะคล้ายกับบานประตูวัดโสมนัสราชวรวิหาร
ส่วนพระระเบียงคดทำเป็นรูปพระอสีติสาวก (สาวก 80 รูป) ยืนพนมมืออยู่ใต้ฉัตร โดยทำเป็นแบบปูนปั้นนูนสูงประดับบนผนัง ด้านล่างมีป้ายชื่อพระสาวกสลักบนแผ่นหินอ่อน
คุณคงเห็นแล้วนะครับว่าวัดบรมนิวาสฯมีความน่าสนใจมากจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏในวัด โดยเฉพาะในพระอุโบสถ และรอบๆ พระอุโบสถล้วนมีความนัยเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาและยังแสดงให้เห็นถึงพระราชดำริที่ก้าวหน้าของในหลวง รัชกาลที่ 4ที่พระราชทานไว้เป็นสมบัติของแผ่นดินไทย
สนใจร่วมทริปชมความงามวิจิตรของวัดต่างๆ ในเขตกรุงเทพกับ Mr.Flower โปรดติดต่อ 091-7233615 ครับ เราจัดทริปเล็กๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปวัฒนธรรม โบราณสถานที่ทรงคุณค่าของแผ่นดินไทย
(ขอบคุณภาพจากชาวคณะ Good Time)










