#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/792080

ตะลอนเที่ยว : สวยัมภูนาถ กรุงกาฐมาณฑุ เนปาล
วันอาทิตย์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
ศาสนสถานสำคัญที่สุดในลำดับต้นๆของเนปาล คือ สวยัมภูนาถ (คนเนปาลบอกว่าสำคัญเป็นอันดับสองรองจากโพธนาถ) คำว่าสวยัมภูนาถ ในภาษาเนปาล แปลว่า พรั่งพรูและเพียบพร้อมด้วยตนเอง หรือแปลว่าตัวตนที่มีอยู่จริง
สถานที่แห่งนี้อยู่บนยอดเขาของกรุงกาฐมาณฑุ ค่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองหลวงของเนปาล สวยัมภูนาถ ถือเป็นศูนย์รวมของสิ่งสำคัญๆ มากมาย อาทิ ตามหลักศาสนาพุทธและฮินดู และยังเต็มไปด้วยเรื่องบอกเล่าในเชิงตำนาน แต่ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือในเขตศาสนสถานแห่งนี้จะมีผู้ไปบำเพ็ญเพียรเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงได้รับการกล่าวขานว่าเป็นศาสนสถานสำคัญที่สุด และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงกาฐมาณฑุ ซึ่งอาจจะเป็นรองก็แค่มหาเจดีย์โพธนาถในกรุงกาฐมาณฑุเท่านั้น
สวยัมภูนาถเป็นเสมือนสถานที่ซึ่งผู้คนจำนวนมากขึ้นไปกราบไหว้ บำเพ็ญเพียร ขอพร และชื่นชมกับสถาปัตยกรรมตามแบบฉบับของเนปาล แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยขึ้นไปชมทิวทัศน์มุมสูงของกรุงกาฐมาณฑุ โดยชาวพื้นเมืองเรียกว่าวัดลิงเพราะมีลิงอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ลิงที่นี่ไม่ดุร้าย ไม่วุ่นวายกับผู้คน สามารถอยู่ร่วมกันกับคนและสุนัขได้อย่างสงบสุขพอประมาณ กล่าวได้ว่าลิงที่นี่ไม่แย่งของนักท่องเที่ยว หรือผู้คนที่ทำมาค้าขายอยู่ในบริเวณดังกล่าว และยังสามารถอยู่ร่วมโดยปกติกับเหล่าสุนัขได้เป็นอย่างดี

ในเขตสวยัมภูนาถจะเต็มไปด้วยเจดีย์หินองค์ย่อมๆ และองค์เล็กๆ ที่รายล้อมรอบองค์มหาเจดีย์สวยัมภูนาถ แล้วยังมีวิหาร ศาลศักดิ์สิทธิ์ และอารามต่างๆ อยู่ในเขตศาสนสถานสำคัญนี้
ตามประวัดิระบุว่าสวยัมภูนาถถูกสร้างโดยกษัตริย์มานาเดวะ และในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 ก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธแบบมหายาน ในเขตศาสนสถานนี้มี
พระศากยมุนีองค์ใหญ่ที่สุดของเนปาลประดิษฐานอยู่ทางทิศตะวันตกของสวยัมภูนาถ และขณะเดียวกันในเขตศาสนสถานนี้ยังเป็นที่เคารพร่วมกันของผู้นับถือศาสนาพุทธและฮินดู ดังนั้น จึงมีสิ่งเคารพบูชาของทั้งสองศาสนาอยู่รวมกันอย่างกลมกลืน และยังมีล้ออธิษฐานล้อมรอบศาสนสถานสำคัญเกือบทุกแห่งในสวยัมภูนาถ
สำหรับดวงตาทั้งสี่ทิศที่ประดิษฐานอยู่บนฐานเขียงเหนือองค์สถูปสีขาวบริสุทธิ์ หมายถึงดวงตาแห่งพุทธิปัญญา ดวงตาแห่งธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหตุที่มีดวงตาทั้งสี่ทิศก็เป็นการบ่งบอกว่าในสายพระเนตรของพระพุทธเจ้านั้นทรงมองเห็นทุกข์ สุข และการกระทำใดๆ ของมวลมนนุษย์และสรรพสัตว์เสมอ ส่วนอุณาโลมหมายถึงความเป็นหนึ่ง โดยพุทธศาสนาทำให้มนุษย์สามารถหลอมรวมดวงใจเป็นหนึ่งได้ ส่วนธงมนตราที่ติดอยู่ก็หมายถึงคำพรศักดิ์สิทธิ์ที่จารอยู่บนผืนผ้าของธงมนตราเมื่อธงถูกลมพัด สายลมจะพาเอามนตราศักดิ์สิทธิ์ให้ล่องลอยไปตามสายลม เมื่อไปสัมผัสกับสิ่งใด ก็จะทำให้สิ่งนั้นๆ ได้รับพรศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย ซึ่งจะทำให้มีแต่สิริมงคลตลอดไป
Mr.Flower จะพาคุณๆ ที่สนใจไปเที่ยวชมโบราณสถานสำคัญของเนปาลอีกครั้งในช่วงหลังสงกรานต์นี้ หากคุณสนใจร่วมทริปไปด้วยกัน โปรดติดต่อ091-7233615 รับสมาชิกจำกัดเพียง 20 คนเท่านั้นครับ








