แหวกฟ้าหาฝัน : Cuno Amiet in All Saints Museum Schaffhausen

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801502

แหวกฟ้าหาฝัน : Cuno Amiet in All Saints Museum Schaffhausen

แหวกฟ้าหาฝัน : Cuno Amiet in All Saints Museum Schaffhausen

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Flowering Time detail 1

ใน All Saints Museum มีผลงานของศิลปินชาวสวิสผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงทางด้านการใช้สีอยู่เป็นจำนวนมากนั่นคือ Cuno Amiet เขาเกิดวันที่ 28 มีนาคม 1868 ใน Solothurn เมืองทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสวิสในครอบครัวของ Josef Ignaz Amiet ผู้ปกครองมณฑล เขาเข้าศึกษาการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมจาก Frank Buchser จิตรกรชาวสวิสที่มีชื่อเสียงในการวาดภาพเหมือนของคหบดีชาวอเมริกัน หลังจากนั้นเขาเข้าเรียนที่ Academy of Fine Arts เมืองมิวนิคในปี 1886-88 ในช่วงเวลาเดียวกันกับ Giovanni Giacometti หลังจากนั้นทั้งสองได้เดินทางไปเรียนต่อที่ปารีสด้วยกันโดย Amiet เข้าเรียนที่Academie Julian

แม้เขาจะมีเศรษฐานะดีและเข้าเรียนที่สถาบันยอดนิยมในสมัยนั้น แต่เขากลับไม่พอใจกับการเรียนในห้องเรียน เขาเลยย้ายไปร่วมกับPont-Aven School หรือชุมชนที่อยู่แถว Aven แคว้น Brittany ฝรั่งเศสเพื่อเรียนกับผู้นำกลุ่ม Post Impressionism อาทิ Emile Bernardชาวฝรั่งเศส, Paul Serusier ชาวฝรั่งเศส,Roderic O’Conor ชาวไอริชและ Armand Seguin อีกทั้งยังได้รับแรงบันดาลใจจาก Paul Cezanneชาวฝรั่งเศสจนทำให้เขาชื่นชอบที่จะใช้สีบริสุทธิ์เป็นตัวกลางในการสร้างสรรค์งาน แต่หลังจากปี 1893 เขาเริ่มเงินหมดและต้องเดินทางกลับสวิส เขาจึงเปิดห้องภาพที่ Hellsauเมืองเล็กๆ ใกล้กรุงเบิร์น และได้มีโอกาสจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกที่ Kunsthalle Baselในปี 1894 แต่ไม่ได้รับการตอบรับมากนัก

Field with Popies and Cornflowers 1929

ตลอดทศวรรษที่ 1890 เขาได้ร่วมมือกับ Giacometti เพื่อนสนิทที่ร่วมเรียนกันมาแต่เด็กแต่กลับขายผลงานได้น้อยมากจนในปี 1898 ที่เขาวาดภาพเหมือนของ Ferdinand Hodler ศิลปินสวิสชื่อดังที่กลายเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญของเขาจนเริ่มมีเศรษฐานะดีขึ้น ปี 1898 เขาแต่งงานกับ Anna Luder von Hellsau และย้ายไปอยู่ Oschwand โดยในช่วงแรกเขาเช่าบ้านอยู่ก่อนจะสามารถซื้อกระท่อมชาวนาได้ในปี 1913 ที่ซึ่งกลายเป็นสถานที่พบปะกับนักเขียนอีกหลายคน อาทิ Wilhelm Worringer,Adolf Frey, Hermann Hesse รวมทั้งเป็นที่สอนลูกศิษย์อีกหลายคน อาทิ Werner Miller, Marta Worringer เป็นต้น นับจากทศวรรษที่ 1900 เขาเริ่มมีโอกาสเข้าร่วมในการแข่งขันและจัดนิทรรศการทั่วทั้งยุโรปจนได้เหรียญรางวัลใน Exposition Universelle ในปี 1899 อันส่งผลให้เขากลายเป็นคนมีชื่อเสียงและขายผลงานได้มากมาย ปี 1906 เขาได้รับคำแนะนำจาก Erich Heckel ให้เข้ารับกับกลุ่มDie Brucke ซึ่งเป็นศิลปินแนว Expressionismเขากลายเป็นผู้นำของศิลปินสวิสหลังการเสียชีวิตของ Ferdinand Hodler ในปี 1918

ในช่วงต้นของชีวิต แม้เขาจะเป็นศิลปินแนว Expressionism แต่เขากลับใช้สีที่กลมกลืนตามอย่างแนวทางศิลปะฝรั่งเศสดั้งเดิมค่อนไปทาง Impressionism เพื่อเน้นการตกแต่ง แต่ในช่วงท้ายๆ หลังทศวรรษที่ 1940เขากลับเน้นงานแนว Abstract แต่ยังคงใช้สีที่อ่อนโยนแบบ Pastel เช่นเดิม เขาเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและอายุยืนถึง 93 ปี ส่งผลให้เขามีผลงานมากถึงกว่า4 พันชิ้น แม้ผลงานมากถึง 50 ชิ้นจะถูกไฟไหม้ไปแล้วในปี 1931 ก็ตาม ความที่เขาชื่นชอบการวาดภาพเหมือนมากทำให้เขามีผลงานภาพเหมือนมากถึงพันกว่าชิ้น เขายังเป็นกรรมการของ Gottfried Keller Foundation และKunstmuseum Bern อีกทั้งยังได้รับรางวัลจาก University of Berne ในปี 1919 อีกต่างหากด้วย

Flowering Time 1926

Flowering Time detail2

Girl in the Garden 1922

Two Women with A Child in the Garden 1911

WaldlandschaftII 1919

Waldlandschaft II detail

Leave a comment