แหวกฟ้าหาฝัน : Lucerne ที่ไม่ได้มีแต่สะพานไม้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805423

แหวกฟ้าหาฝัน : Lucerne ที่ไม่ได้มีแต่สะพานไม้

แหวกฟ้าหาฝัน : Lucerne ที่ไม่ได้มีแต่สะพานไม้

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่เยือนสวิสโดยใช้ทัวร์ เมืองหนึ่งที่จะต้องอยู่ในโปรแกรมทัวร์เสมอนั่นคือ Lucerne เมืองใหญ่กลางประเทศสวิสทั้งนี้ เพราะที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยว the must ของสวิสซึ่งนักท่องเที่ยวต้องไปถ่ายรูปให้ได้อยู่ 2 แห่ง คือ สะพานไม้ และสิงโต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง แต่แท้ที่จริงแล้ว เมือง Lucerne ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกหลายแห่ง

เมือง Lucerne ที่เป็นเมืองหลวงของมณฑล Lucerne นี้เริ่มต้นขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน และชาว Alemannic เชื้อชาติเยอรมันเริ่มมีอิทธิพลเข้ามาในสวิส ในช่วงแรก Lucerne อยู่ภายใต้อิทธิพลของสำนักสงฆ์ แต่ในปี 1178 พวกเขาได้อิสรภาพและกลายเป็นเมืองในปีเดียวกันโดยกลายเป็นเมืองสำคัญทางด้านการค้า ปี 1290 เมืองตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพระเจ้า Rudolph I ของราชวงศ์ Habsburg ยังผลให้ประชาชนไม่พอใจมาก ชาวเมืองจึงร่วมกับชาวเมืองมณฑล Uri, Schwyz และ Unterwalden ก่อตั้ง Swiss Confederacy ขึ้นในวันที่ 7 พฤศจิกายน 1332 ซึ่งต่อมามีเมือง Zurich, Zug และ Bern มาร่วมเป็นพันธมิตรส่งผลให้อิทธิพลของออสเตรียสิ้นสุดลงในปี 1386 หลังจากชัยชนะของ Lucerne ในการรวมตัวกันเป็นประเทศสวิสนั้น Lucerne กลายเป็นเมืองที่ดึงดูดผู้คนมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวคาทอลิก

หลังการปฏิวัติฝรั่งเศสได้ 9 ปี ฝรั่งเศสได้ยาตราทัพเข้าสู่สวิสส่งผลให้สมาพันธรัฐล่มสลายและกลายเป็นประชาธิปไตยLucerne ได้มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมจนทำให้ประชาชนมากถึง 40% หันมาทำงานโรงงานส่งผลให้เศรษฐานะของมณฑลดีขึ้นอีก และดึงดูดให้คนย้ายมาทำงาน เมื่อเมืองมีการพัฒนาทางรถไฟเชื่อมเมืองต่างๆ อาทิ Olten, Basel, Zug และ Zurich จึงได้รับความสนใจจากทั่วยุโรปอีกครั้ง ยิ่งเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรีย ได้เสด็จมาที่สะพาน Kapell และอนุสาวรีย์สิงโต โดยทรงมีปฏิสันถารกับประชาชนเป็นภาษาเยอรมัน ส่งผลให้ศิลปิน และกวีย้ายมาอยู่ที่นี่มากยิ่งขึ้น อาทิ Carl Spitteler ผลงานของจิตรกรและคีตกวีที่มาอยู่ใน Lucerne กลายเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองทางหนึ่งจนทำให้มีการลงทุนด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะโรงแรมมากมาย อาทิ Schweizerhof hotel, Grand Hotel National, Chateau Gutsch ยังผลให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวนับจากนั้นมา

นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน Lucerne และมี Swiss pass สถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองแห่งหนึ่งที่ต้องไปให้ได้นั่นคือ Rigi Kulm ทั้งนี้เพราะราชินีแห่งขุนเขานี้สามารถไปเที่ยวได้ฟรีด้วย Swiss pass นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมายังเขานี้ได้ไม่ยากโดยเริ่มจากการนั่งเรือที่สถานีกลางเมืองไปยัง Vitznau และนั่งรถไฟขึ้นไปยัง Rigi Kulm แล้วต่อนั่ง cable car ต่อไปยัง Weggis ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานและน่าประทับใจตลอดเส้นทาง นอกจากนี้บน Rigi Kulmยังมีวิว 360 องศาที่สวยราวสรวงสวรรค์ซึ่งเห็นทั้งเทือกเขา Alps, ทะเลสาบ 13 แห่ง รวมทั้งตัวเมือง Lucerne และ Zug อันยากจะลืมเลือนสมกับฉายา Queen of the Mountain จริงๆ

Leave a comment