SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/808808

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.
พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้านชนิดลูกผสมเดี่ยว ตั้งแต่ปี 2549 โดยรวบรวมสายพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้านจากเกษตรกรใน จ.ศรีสะเกษ ใช้เวลา 2 ปี (2550-2551) ในการคัดเลือกพันธุ์จนได้พันธุ์แท้ที่มีลักษณะสม่ำเสมอ กระทั่งปี 2552 จึงนำไหมไทยพื้นบ้านที่คัดเลือกพันธุ์ได้ มาผสมพันธุ์เพื่อสร้างไหมพันธุ์ใหม่ และทำการเปรียบเทียบพันธุ์ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ พื้นที่ต่างๆ ได้แก่ จ.ศรีสะเกษ, แพร่, น่าน, ตาก, เชียงใหม่, อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด, มุกดาหาร, ชุมพร, สุรินทร์ และนครราชสีมา จากนั้นได้มีการทดสอบพันธุ์ในภาคการเกษตร (Farmer test) ใน จ.พิษณุโลก, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, กำแพงเพชร, ศรีสะเกษ, ร้อยเอ็ด, มุกดาหาร และชุมพรจึงได้ไหมไทยพื้นบ้าน “ทับทิมสยาม 06 x วนาสวรรค์”
ในปี 2560 นำไหมไทยพื้นบ้าน“ทับทิมสยาม 06 x วนาสวรรค์”มาเลี้ยงทดสอบการผลิตกระดาษใยไหมหรือแผ่นใยไหมประเมินความพึงพอใจของเกษตรกรที่ผลิตแผ่นใยไหม พบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจ ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาพันธุ์หม่อนไหม ครั้งที่ 1/2567 จึงมีมติเห็นชอบให้รับรองพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้าน “ทับทิมสยาม 06 x วนาสวรรค์” เป็นพันธุ์ไหมแนะนำ โดยใช้ชื่อ “พันธุ์ศรีสะเกษ 72” ชื่อภาษาอังกฤษ คือ Si Sa Ket 72 และมีชื่อย่อคือ ทับทิมวนา คุณสมบัติเด่นของไหมพันธุ์ศรีสะเกษ 72 คือเป็นพันธุ์ที่แข็งแรง เลี้ยงง่าย ไหมมีความแข็งแรง เลี้ยงง่าย โดยมีการฟักออกสูงถึง ร้อยละ 95.80 การเข้าทำรังร้อยละ 97.27 ดักแด้สมบูรณ์ ร้อยละ 90.07 ให้ผลผลิตรังไหมและเส้นไหมมีสีเหลืองเข้ม และเมื่อนำมาผลิตเป็นแผ่นใยไหมจะได้แผ่นใยไหมมีความละเอียด เงางาม สีเหลืองเข้ม และเส้นใยมีความสม่ำเสมอ โดยกรมหม่อนไหมสามารถผลิตไข่ไหมพันธุ์ศรีสะเกษ 72 มากว่าปีละ 30,000 แผ่น