รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาลดความอ้วน มีคุณหรือมีโทษ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810839

รู้เรื่องยา

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อยากหุ่นดี อยากรูปร่างดี ไม่อยากอ้วน นี่คือความต้องการของคนจำนวนมากในสังคมโลก แต่คำว่าหุ่นดีรูปร่างดีของแต่ละคนคงจะไม่เหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สูงต่ำผิดกัน อายุต่างกัน แต่ในทางการแพทย์คำว่าหุ่นดี หมายถึง น้ำหนักเหมาะสมกับส่วนสูง มีดัชนีมวลกายอยู่ในช่วง 18.5-22.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย ทำโดยเอาน้ำหนักเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงหน่วยเป็นเมตรยกกำลัง 2 เช่นในคนที่หนัก 65 กิโลกรัม สูง 175 เซนติเมตร จะคิดค่าดัชนีมวลกาย
ได้ 21.2 ซึ่งอยู่ในช่วงที่เหมาะสมแล้ว แต่ถ้าเผลอปล่อยตัวให้น้ำหนักเพิ่มเป็น 75 กิโลกรัม คำนวณดัชนีมวลกายจะได้ 24.5 แปลว่าอยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน และเมื่อดัชนีมวลกายเกิน 25 ก็ถือว่ามีภาวะอ้วนระดับที่ 1 และเมื่อดัชนีมวลกายเกิน 30ก็ถือว่ามีภาวะอ้วนระดับที่ 2

สำหรับคนที่กังวลกับน้ำหนักตัว และเริ่มคิดแสวงหาวิธีลดความอ้วน หรือเริ่มคิดจะหายาใดๆ มาใช้ ขอให้พยายามพิจารณาที่เหตุ และข่มใจโดยพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นอันดับแรก โดยดูจาก 2 ประเด็นหลัก คือ ควบคุมดูแลเรื่องอาหารการกิน และพยายามออกกำลังกายให้มากขึ้น

แต่กลับพบว่า คนจำนวนไม่น่อยเลือกการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือยาลดความอ้วนไปรับประทาน แทนที่จะปรับพฤติกรรมการกิน หรือเพิ่มการออกกำลังกาย ยิ่งยาหรือผลิตภัณฑ์ตัวไหนโหมโฆษณาว่ากินแล้วลดความอ้วนได้เดือนละเป็นสิบกิโลกรัม หรือว่ามีดารา คนดังๆ เป็นพรีเซ็นเตอร์ขายสินค้าด้วยแล้ว ต่อให้สินค้ามีราคากล่องละเป็นพัน ก็มีคนหลงเชื่อ แล้วซื้อไปกิน ทั้งที่ลึกๆ แล้วหลายคนรู้ว่าถ้าไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราก่อนแล้ว เราก็จะกลับไปอ้วนได้ แต่ที่น่าเศร้าคือ หลายคนป่วยหรือตายเพราะการใช้ยาลดความอ้วน หรือผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนที่โหมโฆษณากันอย่างหนัก

แน่นอนว่า ยาช่วยลดน้ำหนักได้นั้น มีอยู่จริงในตลาด และมีตัวที่ อย.ไทยอนุญาตให้ใช้ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำสั่ง และการดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะต้องประเมินสภาวะ และความเสี่ยงของผู้ใช้ยาอย่างใกล้ชิด และต้องติดตามความปลอดภัยระหว่างการใช้ยาอย่างใกล้ชิดด้วย ส่วนอาหารเสริมทั้งหลายที่จำหน่ายในท้องตลาด ที่อ้างเกินจริงว่าช่วยลดน้ำหนักก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ และต่อพิจารณาให้ดีก่อนใช้ 

การที่ผู้บริโภคเลือกใช้ก็ต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรก อย่างน้อยต้องมีเครื่องหมาย อย. และผลิตอย่างถูกต้องตามที่ขออนุญาตกับ อย. และหลังรับประทานแล้ว ผู้บริโภคต้องสังเกตว่าเกิดอาการผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการปากแห้งคอแห้ง ปวดหรือเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ใจสั่น นอนไม่หลับ ท้องผูก หรือไม่ถ้ามีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น ก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่อาหารเสริมที่ใช้อยู่ น่าจะมีสารต้องห้าม นั่นหมายถึงผู้ใช้ยาหรืออาหารเสริมกำลังตกอยู่ในอันตราย และอาจเสียชีวิต

บทความนี้จะไม่กล่าวถึงชื่อยาลดน้ำหนักที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่จะพูดถึงสารไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งเคยถูกใช้เป็นยาลดความอ้วนอย่างถูกต้องมาก่อน แต่ในที่สุดหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง พบว่าผู้ใช้ยานี้เพื่อลดน้ำหนักเกิดความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือดเส้นเลือดในสมองแตก หัวใจหยุดเต้น ในที่สุดสารนี้จึงถูกยกเลิกการใช้เป็นยา และห้ามนำไปใส่ในผลิตภัณฑ์ใดๆ โดยเด็ดขาด 

แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการที่ขาดความรับผิดชอบมักลักลอบนำสารนี้ไปใส่ในผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณว่าช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นเรื่องผิดทั้งกฎหมายและผิดจริยธรรม แต่ผู้ประกอบการที่ขาดความรับผิดชอบเหล่านั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ หากผู้บริโภคมีความฉลาด และรอบคอบในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ รวมถึงมีความเข้าใจเรื่องการลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง อย่างน้อยก็ต้องเข้าใจว่าหากเราใช้เวลาหลายเดือนจนถึงเป็นปีกว่าจะน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ 10 กิโลกรัม ก็คงต้องใช้เวลานานเช่นกันเพื่อลดน้ำหนัก 10 กิโลกรัม และหากคิดว่าจำเป็นต้องใช้ยาจริงๆ ก็ต้องไปพบแพทย์ ไม่ใช่ซื้อยา หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงไปใช้เอง แต่หากตัดสินใจทดลองไปแล้ว เมื่อเกิดอาการข้างเคียง หรืออาการผิดปกติก็ต้องหยุดใช้ทันที

ท้ายสุด ขอฝากให้ผู้ใช้ยาลดความอ้วน หรือผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ ควรไปปรึกษาหาความรู้จากผู้ที่รู้จริง และเป็นคนที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง และโปรดระลึกไว้ว่า ความรู้เท่าทันคำชวนเชื่อบวกกับการมีสติ คือทางเดียวที่ทำให้เราไม่ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงอันตราย

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a comment