
ชาวสวนยาง‘สตูล’แบ่งพื้นที่ทำ‘วนเกษตร’ เผยประโยชน์ทั้งลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้-สิ่งแวดล้อมดี
วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.07 น.
นายสมหมาย แซ่เจี่ย เกษตรกรหมู่ที่ 11 ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล เปิดเผยว่า ตนได้นำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรของตนให้เป็นแบบวนเกษตร ซึ่งเป็นการปลูกพืชหลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน โดยพบว่าสามารถลดรายจ่ายจากบำรุงรักษาพืช อีกทั้งยังช่วยเพิ่มรายได้และทำให้พื้นที่เกษตรมีความชุ่มชื้น จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ปลูกเฉพาะยางพาราเพียงอย่างเดียว ทำให้เมื่อราคายางตกต่ำรายได้จึงลดลงจนไม่พอกับรายจ่าย
โดยพื้นที่ทำการเกษตรของตนนั้นมีอยู่ประมาณ 36 ไร่ แบ่งมาทำวนเกษตร 10 ไร่ โดยปลูกไม้ป่า/ไม้พื้นถิ่น เช่น พะยอม ตะเคียนทอง ขาวดำ จำปา และไม้ผล/พืชผัก เช่น มะพร้าว ทุเรียน มะม่วงหิมพานต์ ผักเหลียง ชะอม พริก พริกไทย ตะไคร้ ชะพลู ข่า ขมิ้น มีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น แปรรูปผักเหลียง หน่อไม้ดอง ผักเสี้ยนดอง พริกไทยแห้ง อีกทั้งยังมีการทำปุ๋ยหมักแห้ง เพาะพันธุ์กล้วย มะละกอและมะเขือ ปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ย 234,000 บาทต่อปี
“ประโยชน์ที่ได้จากการทำวนเกษตร 1.ด้านเศรษฐกิจ มีรายได้จากกิจกรรมในแปลงตลอดทั้งปี ลดรายจ่ายในการใช้ปุ๋ยเคมีและการซื้อปัจจัยการเกษตร เช่น ไม้ค้ำยัน ไม้หลักต่างๆ 2.ด้านสิ่งแวดล้อม มีความหลากหลายทางชีวภาพ เกิดความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมขาติ พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น และ 3.ด้านสังคม เป็นแหล่งเรียนรู้แก่ชุมชนและบุคคลทั่วไปที่สนใจวนเกษตร” นายสมหมาย กล่าว