
วันนอร์’ของขึ้น!! ถึงกับลุกยืน พร้อมเรียก จนท.ระงับเหตุ หลัง‘ฝ่ายค้าน-เพื่อไทย’ไม่จบชิงเสนอญัตติ
วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.35 น.
สภาฯเดือดปุดๆ! เกมชิงแข่งเสนอญัตติกลางสภาฯลามหนัก ปะทะคารมไม่หยุดจน ‘ประธานวันนอร์’ถึงกับอารมณ์ขึ้นเอามือเท้าเก้าอี้ท้าประท้วงมาเลย ก่อนลุกขึ้นยืนสยบวุ่นวาย สุดท้ายชี้ขาดลงมติตัดสินเสียงข้างมาก 252 ต่อ 144 หนุนพิจารณาญัตติดัน’ระเบียบวาระร่างกม.สถานบันเทิงครบวงจร‘ขึ้นมาอยู่ลำดับต้น
เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (เป็นพิเศษ) ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังมีการสั่งพักการประชุมไปเป็นเวลาประมาณ 30 นาที เนื่องจากตกลงกันไม่ได้ในการเสนอญัตติจำนวน 2 ญัตติขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกันนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาตรการในการจัดการผลกระทบจากแผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป โดยมีสมาชิกยกมือรับรองถูกต้อง
จากนั้นนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอญัตติให้เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม จำนวน 4 เรื่อง โดยหนึ่งในนั้นได้ขอนำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ 15 ขึ้นมาอยู่ในระเบียบวาระลำดับต้น ต่อทันที
จนทำให้เกิดการโต้เถียงกัน โดยสส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันว่า เป็นการเสนอญัตติซ้อนญัตติ ดังนั้นต้องพิจารณาไปตามลำดับ คือพิจารณาญัตติด่วนแผ่นดินไหวก่อน ขณะที่ฝ่ายสส.พรรคร่วมรัฐบาล มองว่า ญัตติที่เสนอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา ไม่ใช่เป็นการเสนอขึ้นมาแล้วจะพิจารณาเลย แต่เป็นการเสนอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา เพื่อให้ทันการพิจารณาในวันที่ 9 เม.ย.นี้ โดยจะใช้เวลาเพียงไม่นาน จากนั้นจึงค่อยพิจาณาญัตติด่วนแผ่นดินไหว ที่น่าจะมีผู้สนใจอภิปรายจำนวนมาก และใช้เวลานาน นอกจากนี้ยังเสนอให้ลงมติตัดสินว่าจะพิจารณาญัตติใดก่อนหรือหลัง
โดยนายวันมูหะมัดนอร์ แจ้งว่า มี 2 ญัตติที่เสนอขึ้นมาถูกต้องตามข้อบังคับ มีผู้รับรองถูกต้อง ทั้ง 2 เรื่องมีความจำเป็นทั้งคู่ แต่เสนอมาพร้อมๆ กัน โดยญัตติแรกที่มีการเสนอยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณา ทำให้ยังมีการตกลงกันไม่ได้ จึงขอถามที่ประชุมว่าหลังจากพักการประชุมไปแล้ว มีความคืบหน้าในข้อสรุปอย่างไร
ทั้งนี้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นชี้แจงว่า ญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระที่เป็นกฎหมายตามข้อบังคับจะมีผลในครั้งถัดไป จึงใช้เวลาไม่เยอะประมาณ 10 นาที จากนั้นจะได้พิจารณาญัตติของผู้นำฝ่ายค้านที่เป็นเรื่องสำคัญของประชาชนต่อไป
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า หากขอถอนญัตติใดออกไปก่อนจะไม่ต้องลงมติ ซึ่งหากถอนญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระออกไปเพื่อให้ญัตติด่วนเรื่องแผ่นดินไหวก่อน และเมื่อพิจารณาเสร็จจึงเสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระ ทำให้นพ.ชลน่าน แย้งว่า “ต้องให้มีการลงมติเพื่อตัดสินในเรื่องดังกล่าว
ด้านนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายว่า ขณะนี้มี 2 ญัตติ หากขอให้ลงมติจะเป็นไปตามข้อบังคับข้อใด แต่หากมีการเสนอญัตติที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหวอีกจะลงมติอย่างไร และจะทำให้ญัตติตกไปหรือไม่ ดังนั้นขอให้ยึดขั้นตอน คือ เมื่อผู้นำฝ่ายค้านเสนอญัตติ ประธานสภาฯ ต้องถามว่ามีใครเห็นเป็นอื่นหรือไม่ ซึ่งวิธีการตอนนี้ คือให้นายอนุสรณ์ ถอนญัตติเพื่อให้ประธานสภาฯ ทำให้เป็นไปตามข้อบังคับ ขณะที่สส.พรรคประชาชน เสนอให้สภาฯ พิจารณาญัตติเรื่องแผ่นดินไหวก่อน ส่วนญัตติเลื่อนระเบียบวาระให้ดำเนินการทีหลัง
อย่างไรก็ดีที่ประชุมยังคงถกเถียง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยไม่ยอมถอนญัตติ และขอให้สภาฯ ตัดสินด้วยการโหวต ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลสนับสนุนให้พิจารณาเรื่องเลื่อนระเบียบวาระก่อนเพราะใช้เวลา 5 นาที และต่อด้วยญัตติด่วนเรื่องแผ่นดินไหว ซึ่งบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างวุ่นวาย มีการพาดพิงกันไปมาจนเกิดการปะทะคารมระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ ต้องรีบปิดไมค์ และขอให้สมาชิกนั่งลงอยู่ในความสงบ และจึงวินิจฉัยให้ลงมติเพื่อตัดสินทันที
ทว่าไม่สามารถลงมติได้ เนื่องจากว่า สส.พรรคประชาชน ยังประท้วง และพาดพิงการอภิปรายของสส.พรรครัฐบาล รวมถึงประท้วงการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ จนทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ ถึงกับต้องนั่งเอาแขนเท้าเก้าอี้ประธานฯ แล้วพูดอย่างมีอารมณ์ว่า ”จะประท้วงเรื่องอะไร ผมทำผิดข้อบังคับข้อไหน เอาเลย เอาเลย มา“ แต่สถานการณ์ก็ยังบานปลายไม่จบ จนนายวันมูหะมัดนอร์ ต้องลุกขึ้นยืนเพื่อสงบความขัดแย้งในห้องประชุมพร้อมกับเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเข้ามาควบคุมความสงบ
ทั้งนี้นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า “ผมรู้ความประสงค์เป็นอย่างไร เพื่อไม่ให้มีการลงมติเกิดขึ้น ซึ่งการประชุมสภาฯ ต้องใจเย็นๆ และพูดจากัน เพื่อให้การเดินหน้าประชุมทำได้”
จากนั้นได้ให้ที่ประชุมลงมติตัดสิน โดยเสียงข้างมาก 252 เสียงเห็นด้วยกับการเสนอญัตติของสส.นายอนุสรณ์ ขณะที่ 144 เสียง สนับสนุนการเสนอญัตติของผู้นำฝ่ายค้าน จากนั้นได้ให้นายอนุสรณ์ เสนอญัตติซ้ำอีกครั้ง และให้การประชุมต่อไป