LIFE & HEALTH : นวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์เพื่อพัฒนายาสำหรับเด็ก

LIFE & HEALTH : นวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์เพื่อพัฒนายาสำหรับเด็ก

LIFE & HEALTH : นวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์เพื่อพัฒนายาสำหรับเด็ก

วันพุธ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

การพัฒนายาสำหรับเด็กถือเป็นความท้าทายสำคัญในวงการพัฒนายา เนื่องจากเด็กมีความต้องการทางกายภาพและการเปลี่ยนแปลงยาที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ปัจจัยด้านรสชาติ ความสามารถในการกลืน และความปลอดภัยของส่วนประกอบในตัวยายังเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณา ดังนั้น การพัฒนาสูตรยาที่เหมาะสมกับเด็กจึงต้องมีการออกแบบอย่างละเอียดเพื่อให้สามารถบริหารยาได้ง่ายขึ้น ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง และเพิ่มความร่วมมือของเด็กในการรับประทานยา

ตัวอย่างนวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์ในการพัฒนายาสำหรับเด็ก

ข้อมูลจาก ดร. ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การคิดค้นและพัฒนายาสำหรับเด็กในปัจจุบันได้รวมเอานวัตกรรมหลายรูปแบบเพื่อให้เด็กสามารถรับประทานยาได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งคงประสิทธิภาพของตัวยา ตัวอย่างของยาที่ถูกพัฒนาให้เหมาะสมกับเด็ก ได้แก่:

1. การพัฒนาเป็นสารละลายในรูปแบบ granule

– เป็นยาบรรเทาอาการเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และป้องกันและรักษาโรคหอบหืด ชนิดแกรนูลสามารถรับประทานได้โดยตรง, หรือผสมกับอาหารเหลว หรือละลายในของเหลวสูตรสำหรับเด็กทารกหรือน้ำนมแม่ 
– ได้รับการพัฒนาเป็นสารละลายในรูปแบบ granule ทำให้ละลายและดูดซึมได้อย่างรวดเร็วในระบบทางเดินอาหาร ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น 
– เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาในการกลืนยาเม็ด หรือเด็กที่ยังกลืนยาเม็ดไม่ได้ ทำให้เด็กสามารถรับประทานได้ง่ายขึ้น

2. การพัฒนาจากสูตรยาเม็ดไปเป็นสูตรยาน้ำแขวนตะกอน

– เป็นยาปฏิชีวนะที่พัฒนาจากสูตรยาเม็ดไปเป็นสูตรยาน้ำแขวนตะกอน เพื่อให้เด็กที่ยังกลืนยาเม็ดไม่ได้สามารถรับประทานได้
– ใช้สารแต่งรสให้มีกลิ่นและรสชาติที่เด็กชอบ ลดความรู้สึกขมของตัวยา
– มีการควบคุมขนาดอนุภาคของยาให้มีเสถียรภาพเพื่อให้ตัวยามีประสิทธิภาพดีขึ้น

3. การพัฒนาให้ยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี Extended Release 

– เพื่อลดความจำเป็นในการรับประทานยาเป็นระยะ ๆ ในระหว่างวัน
– พัฒนาเป็นรูปแบบ เคี้ยวได้ (Chewable Tablets) ซึ่งช่วยให้เด็กที่มีปัญหาในการกลืนยาเม็ดสามารถใช้ยาได้ง่ายขึ้น

4. การพัฒนาสูตรสำหรับให้ทางจมูกแทนการฉีด

– เป็นยาระงับประสาทที่พัฒนาสูตรสำหรับให้ทางจมูกแทนการฉีด เพื่อลดความเครียดและความกลัวของเด็กที่ต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์
– ช่วยให้สามารถควบคุมปริมาณยาได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องใช้วิธีการฉีดซึ่งอาจก่อให้เกิดความวิตกกังวลในเด็ก

นวัตกรรมเหล่านี้เป็นตัวอย่างของแนวทางที่ถูกนำมาใช้ในการพัฒนายาสำหรับเด็ก เพื่อลดความยุ่งยากในการใช้ยาและเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น หนึ่งในแนวทางสำคัญที่ถูกนำมาใช้คือการเปลี่ยนจากยาเม็ดหรือแคปซูลมาเป็นยาน้ำที่มีสูตรเฉพาะสำหรับเด็ก ซึ่งช่วยให้สามารถปรับขนาดยาได้ง่ายขึ้นและลดปัญหาการกลืนยา นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนา สูตรยาที่ไม่มีสีสังเคราะห์และปราศจากน้ำตาล เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้และลดความเสี่ยงต่อฟันผุ ปัจจัยเหล่านี้นำไปสู่การคิดค้น Desloratadine Oral Solution ซึ่งบทความนี้จะขอลงรายละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมของยาแก้แพ้สำหรับเด็ก

นวัตกรรมใหม่ของยาแก้แพ้สำหรับเด็ก

ยาน้ำแก้แพ้สำหรับเด็ก: นวัตกรรมเพื่อการรักษาที่ดีขึ้น

อาการแพ้ในเด็กเป็นปัญหาที่พบบ่อยและอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัวDesloratadine Oral Solution ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการแพ้ในเด็ก โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มความสะดวกในการรับประทานและลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ มีข้อบ่งใช้ทางคลินิก

– โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis): บรรเทาอาการ คัดจมูก, จาม, น้ำมูกไหล และคันจมูก
– โรคลมพิษเรื้อรัง (Chronic Urticaria): ลดการเกิด ผื่นลมพิษ เช่น บรรเทาอาการคัน, ลดจำนวนและขนาดของผื่น ซึ่งช่วยให้คุณภาพชีวิตของเด็กดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จากการศึกษาข้อมูลของเด็ก 1,172 คน ใน 7 ประเทศยุโรป พบว่า รสชาติและความสามารถในการกลืน เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการยอมรับยา, ความสะดวกและรวดเร็วในการรับประทาน เป็นปัจจัยรองที่มีความสำคัญ,ลักษณะทางกายภาพของยา (สีและกลิ่น) มีผลกระทบบ้างแต่ไม่มาก

ข้อดีของยาน้ำในเด็ก คือ สามารถปรับขนาดยาได้ง่าย ตามน้ำหนักตัว, เพิ่มความร่วมมือในการรับประทานยา ในเด็กที่มีปัญหากลืนยาเม็ด, ความยืดหยุ่นในการให้ยา ทำให้สามารถปรับการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ง่ายขึ้น

การเปรียบเทียบ: ยาน้ำ (Oral Solution) vs. น้ำเชื่อมยา (Syrup)

คุณสมบัติOral SolutionSyrup
ลักษณะภายนอกใส ไม่มีสี (ปราศจากสีสังเคราะห์)สีส้ม
น้ำตาลปราศจากน้ำตาล (ใช้ Sorbitol)มีซูโครส
ค่าดัชนีน้ำตาล (GI)ต่ำ (เหมาะกับเด็กที่เป็นเบาหวาน)สูง (ไม่เหมาะกับเด็กที่เป็นเบาหวาน)
รสชาติกลิ่นหมากฝรั่งกลิ่นหมากฝรั่ง
ความหนืด (Viscosity)หนืดน้อย ดูดซึมเร็วหนืดสูง ต้องใช้เวลานานกว่าจะซึมผ่านกระดาษกรอง

– สูตร Sorbitol ในยาแบบ Oral Solution ลดความเสี่ยงต่อ ฟันผุและน้ำหนักเกิน เมื่อเทียบกับสูตรที่มีน้ำตาลซูโครส
– ไม่มีสีสังเคราะห์ ลดโอกาสเกิด อาการแพ้และผลกระทบต่อพฤติกรรมในเด็ก

– ข้อพิจารณาด้านเภสัชกรรมและกฎหมาย

– ทำไมต้องใช้สูตรปราศจากสีสังเคราะห์?

– สีสังเคราะห์อาจทำให้เกิด อาการไม่พึงประสงค์ทางเดินอาหาร (ปวดท้อง, ท้องเสีย, อาเจียน)
– มีรายงานว่าอาจส่งผลกระทบต่อ พฤติกรรมในเด็กที่ไวต่อสีผสมอาหาร
– หน่วยงานกำกับดูแล เช่น องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (US FDA) ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสารแต่งสี

สารให้ความหวานในยาสำหรับเด็ก: ซูโครส vs. ซอร์บิทอล

คุณสมบัติOral SolutionSyrup
ลักษณะภายนอกใส ไม่มีสี (ปราศจากสีสังเคราะห์)สีส้ม
น้ำตาลปราศจากน้ำตาล (ใช้ Sorbitol)มีซูโครส
ค่าดัชนีน้ำตาล (GI)ต่ำ (เหมาะกับเด็กที่เป็นเบาหวาน)สูง (ไม่เหมาะกับเด็กที่เป็นเบาหวาน)
รสชาติกลิ่นหมากฝรั่งกลิ่นหมากฝรั่ง
ความหนืด (Viscosity)หนืดน้อย ดูดซึมเร็วหนืดสูง ต้องใช้เวลานานกว่าจะซึมผ่านกระดาษกรอง

  ข้อสรุป:

-ซอร์บิทอล เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าสำหรับเด็กที่ต้องรับประทานยาระยะยาว เพราะช่วย ลดความเสี่ยงของฟันผุและน้ำหนักเกิน ได้การพัฒนารสชาติในยาสำหรับเด็ก

Desloratadine Oral Solution ใช้ รสหมากฝรั่ง ซึ่งได้รับการยอมรับว่าสามารถ เพิ่มความร่วมมือในการรับประทานยาในเด็กได้สูงรสชาติเป็นผลจากการทำงานร่วมกันของ ปัจจัยทางเคมีและการรับรู้กลิ่น

โดยสรุปนวัตกรรมใหม่ของยาแก้แพ้สำหรับเด็ก ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และใช้งานง่าย สูตรนี้ช่วยลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากสารแต่งสีและน้ำตาล ทำให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการรักษาอาการแพ้ในเด็ก หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/service.php

ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

Leave a comment