
ใครได้ใครเสีย? ‘สุริยะใส’จับตา‘ดีลลับ’ คำพูดที่ไม่ควรมองข้ามของ‘อิ๊งค์’
วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.08 น.
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ดีลลับ” กับสหรัฐฯ เรื่องภาษี…คำพูดที่ไม่ควรมองข้ามของนายกฯ แพทองธาร
ท่ามกลางกระแสข่าวเรื่องการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับภาษีนำเข้าและข้อตกลงทางเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีแพทองธารได้พูดในรายการ “โอกาสไทยกับนายกฯแพทองธาร” ว่า
“แม้ยังไม่มีคิวนัดอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลมี ‘ดีลลับ’ กับทีมงานฝั่งอเมริกาอยู่ตลอด”
คำว่า “ดีลลับ” ไม่ใช่ถ้อยคำธรรมดา โดยเฉพาะเมื่อมาจากผู้นำประเทศ และเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ระดับชาติ
ประชาชนควรถามต่อว่า:
– ดีลลับเรื่องอะไร?
– กระทบผลประโยชน์ของชาติหรือไม่?
– ไทยได้หรือเสียอะไรจากดีลนั้น?
– และทำไมถึงต้องลับ?
แน่นอนว่าในเวทีการทูตและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การเจรจาหลายครั้งจำเป็นต้องเป็นความลับในบางช่วง เพื่อไม่ให้กระทบต่อบรรยากาศการพูดคุยหรือสร้างแรงต้านก่อนเวลาอันควร ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความลับ” ต้องมีขอบเขต และ “ความโปร่งใส” ต้องมีน้ำหนักเสมอ
โดยเฉพาะเมื่อการเจรจานั้นเกี่ยวข้องกับภาษี เงื่อนไขการค้า หรือผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการทั้งประเทศ
การกล่าวถึง “ดีลลับ” อย่างไม่มีคำอธิบายต่อสาธารณะ อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน และตั้งคำถามว่า รัฐบาลกำลังตัดสินใจอะไร โดยไม่ให้สังคมมีส่วนรู้เห็น
รัฐบาลไม่จำเป็นต้องเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดในทันที แต่ควรชี้แจงให้ประชาชนเห็นภาพรวม เช่น
– ประเด็นที่อยู่ระหว่างการเจรจา
– เป้าหมายของฝ่ายไทย
– และสิ่งที่ประเทศไทยยืนหยัดรักษาผลประโยชน์ไว้
เพราะประเทศนี้ไม่ใช่ของรัฐบาล แต่เป็นของประชาชนทุกคน
และความไว้วางใจในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้เกิดจาก “การบอกให้เชื่อใจ” แต่ต้องเกิดจาก “การให้รู้ในสิ่งที่ควรรู้” อย่างเหมาะสม.
(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ดีลลับ‘ภาษีทรัมป์’ ‘อิ๊งค์’ยัน!รัฐบาลติดตามความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง)
.jpg)