‘ภราดร’แจงเองงบฯสร้างห้องประชุม1,500ที่นั่งจำเป็น​-ช่วยประหยัดงบฯเช่าโรงแรมจัดสัมมนา

‘ภราดร’แจงเองงบฯสร้างห้องประชุม1,500ที่นั่งจำเป็น​-ช่วยประหยัดงบฯเช่าโรงแรมจัดสัมมนา

‘ภราดร’แจงเองงบฯสร้างห้องประชุม1,500ที่นั่งจำเป็น​-ช่วยประหยัดงบฯเช่าโรงแรมจัดสัมมนา

วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.59 น.

‘ภราดร’ แจงสภาฯของบฯเนรมิตห้องประชุม 1,500 ที่นั่ง มีความจำเป็น​-ช่วยประหยัดงบฯ กรรมาธิการเช่าโรงแรมจัดสัมมนา  เห็นด้วย ‘ฝ่ายค้าน’ เหน็บ ‘พิพิธภัณฑ์รัฐสภา’ เป็นสุสาน จึงต้องเร่งปรับปรุงให้มีชีวิต -​ประชาชนใช้ประโยชน์ได้จริง  ยันใช้งบฯคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ​ ชี้ถูกครหา เรื่องธรรมดา ทำปชช.ตื่นรู้ย้ำการของบฯยังไม่จบ  ต้องเข้าสภาฯตั้ง‘กรรมาธิการงบฯปี69’ เคาะ ​

 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม  ที่รัฐสภา  นายภราดร  ปริศนานันทกุล  รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2  กล่าวถึงข้อวิจารณ์หลังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำคำของบประมาณ​รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ในการปรับปรุงพื้นที่ต่างๆ ของรัฐสภาหลายรายการมูลค่าแตะพันล้านบาทว่า  ตนขอชี้แจงเฉพาะส่วนที่ตนรับผิดชอบ​ มีแค่  3 โครงการคือ โครงการปรับปรุงห้องสมุด  โครงการปรับปรุง พิพิธภัณฑ์รัฐสภา งบประมาณ 120 ล้านบาท และโครงการปรับปรุงระบบเสียงห้องประชุมจำนวน 1,500 ที่นั่งงบประมาณ 99 ล้านบาท โดยยืนยันทุกการใช้งบประมาณจะคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชน  และจะกำกับดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง  โดยในส่วนพิพิธภัณฑ์รัฐสภาตั้งใจที่จะทำให้เป็นพื้นที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของอาคารรัฐสภา และให้ประชาชนเข้ามาศึกษาเรียนรู้ได้   ซึ่งส่วนตัวมองว่า มีความจำเป็น เพราะขณะนี้​มีพื้นที่ว่างไว้จัดทำแล้ว 5,000 – 6,000 ตารางเมตร

รองประธานสภาฯคนที่2 กล่าวต่อว่า ส่วนที่ฝ่ายค้านนิยามว่าห้องพิพิธภัณฑ์เป็นเพียงสุสานที่อยู่ใต้อาคารรัฐสภานั้น  ตนเห็นด้วย เพราะหลังรับมอบอาคารมา เมื่อกลางปี 2567 พื้นที่ดังกล่าวก็เป็นเพียงห้องเปล่าที่ไม่สามารถใช้งานได้  จึงสั่งการให้ฝ่ายที่รับผิดชอบเร่งออกแบบ ให้เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิต และประชาชนสามารถเข้าใช้งานได้จริง  ส่วนตัวก็ไม่อยากเห็นสุสานใต้สภาเช่นกัน

ขณะที่ห้องประชุม 1,500 ที่นั่ง ที่ชั้น B2  ตั้งใจจะจัดทำเป็นห้องอบรมสัมมนา สำหรับกรรมาธิการทุกคณะ ของทั้ง 2 สภา ซึ่งเป็นแผนเดิม​ ที่ต้องมีตั้งแต่ก่อสร้างรัฐสภาแล้ว  แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ จึงจำเป็นต้องของบประมาณ​ มาจัดทำให้แล้วเสร็จ  ดีกว่าปล่อยให้เป็นห้องร้าง ใช้ประโยชน์ไม่ได้และยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายของกรรมาธิการด้วย  เนื่องจากที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการจะต้องเสียเงินไปเช่าพื้นที่โรงแรมในการจัดอบรมสัมมนา ซึ่งงบประมาณที่จะใช้จัดทำ​ ก็ปรับลดลงมาเหลือ 99 ล้านบาทแล้ว จากเดิมสำนักประชาสัมพันธ์​เสนอของบมาที่ 160 – 170 ล้านบาท

นายภราดรกล่าวอีกว่า  ทุกโครงการที่ของบประมาณไปนั้น เป็นเพียงร่างงบประมาณปี 2569 เท่านั้น ยังไม่ได้เป็นที่สิ้นสุด  เมื่อเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 1 สิ้นเดือนพฤษภา​คม​นี้​ ก็จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งมีทั้ง สส.และบุคคลภายนอกเข้ามาทำหน้าที่พิจารณาลึกในรายละเอียด หากเห็นว่าในโครงการหนึ่งโครงการใด ไม่คุ้มค่า ก็มีสิทธิ์ปรับลดงบประมาณในทุกโครงการ จึงขอเรียนให้ประชาชนสบายใจ ว่า การของบประมาณยังไม่เสร็จสิ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดอาคารรัฐสภาที่เพิ่งก่อสร้างได้เพียงประมาณ 5 ปี จึงต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการปรับปรุงหรือเป็นเพราะแบบที่ก่อสร้างมานั้น ยังไม่แล้วเสร็จ แต่มีการส่งมอบงานกันแล้ว รองประธานสภาฯ คนที่ 2 กล่าวว่า เมื่อเราใช้งานมาสักระยะหนึ่ง​ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่า ยังมีพื้นที่ที่สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้มากขึ้น และมีบางส่วนที่ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ก็ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จสมบูรณ์  เช่น ห้องประชุมสัมมนา 1500 ที่นั่ง มีแผน แต่มีแผนแล้วแต่ยังไม่ได้ทำ  เพียงแต่เตรียมสถานที่เอาไว้สำหรับดำเนินการในเฟส 2 และเฟส 3 ต่อไป

เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่ออกไปทำให้รัฐสภาถูกวิพากษ์วิจารณ์ นายภราดร กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนตื่นรู้กับการใช้จ่ายเงินงบประมาณของทุกหน่วยงานราชการ ทำให้ทุกหน่วยงานต้องยิ่งตระหนัก ว่า งบประมาณทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินภาษีของประชาชน

ถามว่าตอนนี้ยังอยู่ในช่วงของการรับประกันการก่อสร้างอาคารรัฐสภา  เหตุใดจึงไม่ให้ผู้รับเหมาปรับปรุงหรือซ่อมในส่วนที่พัง นายภราดรชี้แจงว่า  งบประมาณที่ขอไปไม่ใช่งบซ่อมสร้าง แต่เป็นงบต่อเติม เพราะยังมีส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการ และต้องทำในเฟส 2 – 3 โดยการก่อสร้างเป็นเพียงเตรียมพื้นที่เอาไว้ เพื่อที่จะรองรับการดำเนินการในอนาคต

Leave a comment