‘อธิบดีกรมการปกครอง’ให้อำนาจ 7 จว.ชายแดนติดเขมร พิจารณา‘อพยพ’ประชาชน

‘อธิบดีกรมการปกครอง’ให้อำนาจ 7 จว.ชายแดนติดเขมร พิจารณา‘อพยพ’ประชาชน

‘อธิบดีกรมการปกครอง’ให้อำนาจ 7 จว.ชายแดนติดเขมร พิจารณา‘อพยพ’ประชาชน

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 10.36 น.

‘อธิบดีกรมการปกครอง’ให้อำนาจ 7 จว.ชายแดนติดเขมร พิจารณา‘อพยพ’ประชาชน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 มิ.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ว่า ปกติเรามีแผนซักซ้อมเรื่องการอพยพอยู่แล้วเพื่อเตรียมความพร้อม จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ใน 7 จังหวัดติดชายแดนไทย -กัมพูชา แม้จะไม่มีสถานการณ์ ก็มีการซักซ้อมเป็นปกติอยู่แล้ว และหากสถานการณ์บานปลายสามารถอพยพได้ทันที ในพื้นที่มีการแบ่งความรับผิดชอบ​ ส่วนหลุมหลบภัย ยืนยันว่ามีจำนวนเพียงพอ เพียงแต่ต้องกำหนดจุด​ ว่าหากต้องอพยพต้องออกจากจุดใด เพราะบางหมู่บ้านหลุมหลบภัยก็มีไม่เพียงพอ

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวด้วยว่า นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย จะลงพื้นที่ภายหลังเดินทางกลับจากภารกิจต่างประเทศ​ พร้อมทั้งยอมรับว่าทุกจุด​มีความเสี่ยงทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะช่องบก​ อ.น้ำยืน​ จ.อุบลราชธานีเท่านั้น เพราะทางกระทรวงมหาดไทย ได้ออกประกาศแจ้งเตือนไปทั้ง 7 จังหวัด

เมื่อถามว่า มีการอพยพเด็ก สตรี​ และผู้สูงอายุออกจากพื้นที่ไปบ้างแล้วใช่หรือไม่ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า แล้วแต่พื้นที่จะพิจารณา หากเห็นว่ามีความเสี่ยงก็อพยพได้​ ส่วนพื้นที่เกาะกูด​ จ.ตราด​ ที่มีการซักซ้อมกลางทะเล โดยใช้กระสุนจริงของกองทัพเรือกัมพูชา เป็นการดำเนินการอยู่ในพื้นที่ของเขา

อธิบดีกรมการปกครอง​ ยังย้ำถึงขวัญและกำลังใจของประชาชนในพื้นที่ ว่าเต็มร้อย​อยู่ แต่ก็ต้องตั้งอยู่ด้วยความไม่ประมาท ในพื้นที่ประเทศไทยทุกคนต้องมีความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย ของภาครัฐและเอกชน

ส่วนการจัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า ถือเป็นกำลังของคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับการฝึกแล้วมาดูแลประชาชน รวมถึงอาสาสมัครรักษาดินแดน​ (อส.) และกำนัน​ ผู้ใหญ่บ้าน

ส่วนอนาคตหากมีการปิดด่าน อธิบดีกรมการปกครอง​ ระบุว่า ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล

Leave a comment